รีวิวหนัง Black Widow

Black Widow หรือ แบล็ค วิโดว์ จะมีช่วงที่นาตาชาหายไปเนื่องจากไปทำภารกิจลับ ระหว่างช่วงเวลาของหนัง ‘Civil War’ และ ‘Infinity War’ เพื่อสะสางปมอดีตที่บูดาเปสและการฝึกในเรดรูมก่อนที่จะเข้าร่วมทีมอเวนเจอร์ส พร้อมกับต้องเผชิญหน้าเพื่อนและครอบครัวเก่า ๆ ตั้งแต่สมัยฝึก KGB เพื่อการเป็นสายลับและนักฆ่า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ถูกเล่าถึงเป็นครั้งแรกในจักรวาลหนังมาร์เวลด้วย

รีวิวหนัง Black Widow ตอนต้น

หลังทีมอเวนเจอร์สแตกจากภาคก่อนหน้าเรื่อง Captain America: Civil War และก่อนการบุกของพวกธานอสใน ‘Avengers: Infinity War’ (2018) ซึ่งโรมานอฟได้รับการติดต่อจากครอบครัวสายลับโซเวียตในอดีตที่เธอแทบจะลืมเลือนไปแล้วให้กลับไปช่วยเหลืออีกครั้ง 

ซึ่งด้วยความที่หนังเว้นช่วงฉายมานานจนการขายหน้าหนังเผยรายละเอียดออกมาเยอะมาก ประกอบกับหนังก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากนัก เราแทบจะเดาเรื่องได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว ทั้งเรื่องผู้รับสืบต่อบทบาทของสายลับแม่หม้ายดำคนใหม่อย่าง เยเลนา เบโลวา 

ที่แสดงโดยดาราสาวน่าจับตามองอย่าง ฟลอเรนซ์ พิวจ์ (Florence Pugh) ที่คงจะมีบทบาทต่อไปในทางใดทางหนึ่ง ด้วยอายุนักแสดงที่ยังอยู่ในช่วงที่ไต่ระดับความดัง และ เดวิด ฮาร์เบอร์ (David Harbour) จะมารับบท เรดการ์เดียน ที่เป็นซูเปอร์โซลเยอร์เหมือน สตีฟ โรเจอร์ 

แต่เป็นของฟากฝั่งโซเวียตแทน เรายังจะได้เห็นความเก๋าของดาราตัวแม่อย่าง ราเชล ไวซ์ (Rachel Weisz) ในฐานะครอบครัวปลอม ๆ ของโรมานอฟในวัยเด็กด้วย เราได้เห็นบางส่วนของฉากการปะทะขนาดใหญ่ และเปิดตัวร้ายอย่าง ทาสก์มาสเตอร์ 

ซึ่งคุ้นเคยดีสำหรับแฟนเกมและแฟนคอมิกของมาร์เวล คือเห็นมามากพอสมควร เมื่อไปชมหนังจริง มันเลยเหลือที่ว้าวน้อยลงกว่าที่ควร แต่ก็ใช่ว่าหนังจะไม่สามารถเซอร์ไพรส์เราได้เลย เพราะมันยังซ่อนเนื้อหาหลาย ๆ อย่างที่ทำเอาอึ้งเหมือนกัน 

แต่ก็สมเหตุสมผลตามเนื้อเรื่องในหนังที่ได้วางมา มันจึงยังคุ้มค่าการซื้อตั๋วไปรับชมในโรงอย่างมาก อย่างน้อยฉากแอ็กชั่นขนาดใหญ่ที่ควรได้ความอลังของโรงหนังเข้าปรนเปรอประสบการณ์รับชมของเรานั้น มันก็ถือว่าคุ้มอยู่ไม่น้อย 

ถ้านับเฉพาะฉากแอ็กชั่นใหญ่ที่หนังประเคนมาให้ นับแบบคร่าว ๆ 2 ฉากใหญ่ และฉากสู้ย่อยๆ ที่มันไม่แพ้กันอย่างการปะทะกันครั้งแรกของแบล็กวิโดว์กับทาสก์มาสเตอร์ หรือการสู้กันแบบเน้นสไตล์บู๊อลเวงของแบล็กวิโดว์กับเบโลวา ก็ถือว่าสมศักดิ์ศรีบทส่งท้ายของแบล็กวิโดว์อยู่นะ

สรุป

การถ่ายทอดมุมมองของตัวละครหลักที่เป็นสาว ๆ กันเกือบทั้งเรื่องนั้น ด้วยเรื่องผู้หญิงที่คุ้นตาคอหนังบ้านเราดีอย่าง ‘Somersault’ (2004) มาแล้ว ซึ่งเธอก็เอากลิ่นอายทั้งมู้ดและการถ่ายภาพจากผลงานเก่า ๆ มาใช้ใน ‘Black Widow’ ได้เข้ากันดี โดยไม่ขัดกับความเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ขายแอ็กชันแต่อย่างใด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ผิดหวังเลย 

อย่างแรกคือในเส้นเรื่องหลักมันธรรมดา หักแบบไม่หัก เดาได้เยอะมาก เซอร์ไพรส์ใหญ่ๆ แทบจะเรียกได้ว่ามีไม่ได้อย่างที่หนังมาร์เวลอื่น ๆ เคยหยิบยื่นให้เรา แถมฉากหลังเอนเครดิตยังจำเป็นต้องผ่านตาซีรีส์ทางดิสนีย์พลัสอย่าง ‘The Falcon and the Winter Soldier’ (2021) มาก่อนเสียอีก ไม่งั้นมี เอ๊ะ มึน ๆ ออกจากโรงแน่นอน

รีวิวหนัง KATE ใครกันแน่ที่วางยาฉัน