ลดน้ำหนักให้ถูกวิธี เพียงปรับพฤติกรรมการกิน

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักให้ถูกวิธี เพียงปรับพฤติกรรมการกิน

     ลดน้ำหนักให้ถูกวิธี เมื่อพูดถึงวิธีการลดน้ำหนักหลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะทำในกิจวัตรประจำวัน เพราะต้องแบ่งเวลาทั้งออกกำลังกายควบคุมปริมาณแคลอรีให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ เพียงแค่ลองปรับพฤติกรรมการกินที่เหมาะสมไม่มากไม่น้อยจนเกินไปก็เป็นตัวช่วยหุ่นที่ดีขึ้น ดังนี้

     1. เปลี่ยนแปลงความประพฤติการกินอาหารมื้อเช้า
ควรเลือกกินให้เหมาะสมไม่ใช่ว่าจะเลือกกินตามใจปาก เช่น รับประทานเมล็ดพืช 1 ถ้วยคู่กับนมอัลมอนด์ หรือโยเกิร์ต กับผลไม้จำพวกเบอร์รี่ แทนอาหารจำพวกไขมันที่ย่อยยากจำพวกข้าวเหนียวหมูปิ้ง เป็นต้น

     2. มื้อกลางวันเน้นย้ำของกินโปรตีนสูง
ควรรับประทานอาหารที่แคลอรีต่ำแต่ให้โปรตีนสูง ตัวอย่างเช่น อกไก่ อาจจะรับประทานคู่กับผักหรือไข่ต้มเป็นเครื่องเคียงซึ่งอกไก่เป็นของกินที่ไขมันน้อยและแคลอรีต่ำ เหมาะต่อการลดน้ำหนัก

     3. รับประทานอาหารว่าง 2 มื้อต่อวัน
อาหารว่างในที่นี้คืออาหารที่แคลอรี่ต่ำควรเลือกรับประทานผลไม้ อาทิเช่น ตระกูลเบอร์รี่ หรือหากต้องการรับประทานของหวาน ควรเลือกเป็นเจลาตินทแบบ Sugar-Free เมล็ดพืชอบกรอบ หรืออัลมอนด์ แทน

     4. รับประทานอาหารเย็นที่มีแคลอรีต่ำ
แคลอรี่ของอาหารเย็นควรอยู่ที่ราว ๆ 500 หรือ 400 กิโลแคลอรี ที่สำคัญควรจะรับประทานอาหารเย็นก่อนไปนอน 4-6 ชั่วโมง

     5. ลดการกินโซเดียมให้ลดน้อยลง
เกลือและน้ำปลา หรือเครื่องปรุงมีผลให้รสชาติของอาหารขึ้น แต่ว่าการกินโซเดียมมากเกินความจำเป็นจะมีผลให้ตัวบวมง่าย ดังนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวควรจะลดเกลือหรือโซเดียมให้ลดน้อยลง

     6. ลดการกินน้ำตาล
เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไม่ว่าะเป็นน้ำอัดลม กาแฟ/ชาใส่น้ำตาล รวมไปถึงสารแทนความหวานต่างๆ ควรจะรับประทานให้ลดน้อยลง เนื่องจากน้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตซึ่งจะถูกผันแปรไปเป็นไขมันสะสม น้ำตาลก็เลยเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของความอ้วนที่เห็นได้ชัด

     7. เพิ่มผักในทุกมื้อ
การขับถ่ายที่ดีจะช่วยในการลดหุ่นได้สำเร็จเร็วมากขึ้น การเพิ่มผักใบเขียวหรือเส้นใยเข้าไปในทุกมื้อของกินจะช่วยทำให้ระบบที่ทำหน้าที่สำหรับการย่อยอาหารดียิ่งขึ้น ทั้งช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น

     8. กระโดดเชือกวันละ 20 นาที
กระโดดเชือก เป็นแนวทางบริหารร่างกายที่ลดความอ้วนได้ดี เนื่องจากการกระโดดเชือกเพียงแค่ 15 นาที เท่ากันกับการวิ่งบริหารร่างกาย 30 นาที

     9. คาร์ดิโอวันละ 20 นาที
การบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอยังช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งบนลู่วิ่ง เสนอแนะให้วิ่งวันละ 20 นาที โดยการวิ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีการสูบฉีด รวมทั้งช่วยลดการสั่งสมไขมันในส่วนอื่นได้อย่างดี

     10. กินน้ำมะนาวทุกเช้าตรู่
น้ำเป็นเรื่องจำเป็นที่ทำให้การลดหุ่นมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น ให้กินน้ำอุ่นโดยใส่มะนาวฝานลงไปในตอนเวลาเช้าของแต่ละวัน การกินน้ำมะนาวทุกเช้า จะช่วยดีท็อกซ์รวมทั้งสลายไขมัน

     11. ฝึกฝนโยคะบ่อยๆ
โยคะไม่เพียงแต่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ คลายลักษณะของการปวดเมื่อยล้า โยคะยังช่วยกระชับกล้ามไม่ว่าจะเป็นพุง ต้นขา หรือแขนก้าวหน้าอีก

     12. นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง
การนอนขั้นต่ำ 8 ชั่วโมงต่อวันจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและควบคุมการสั่งสมไขมัน นำมาซึ่งการทำให้การลดหุ่นมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
Continue reading “ลดน้ำหนักให้ถูกวิธี เพียงปรับพฤติกรรมการกิน”

จอมือถือมีเชื้อโรค จริงหรือไม่

เชื้อโรค

จอมือถือมีเชื้อโรค จริงหรือไม่

     จอมือถือมีเชื้อโรค ในแต่ละวันเนี่ยเราจับโทรศัพท์ไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง มากกว่าเวลาที่เราเข้าห้องน้ำในแต่ละวันอีก สิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือใน1ตารางนิ้วของโทรศัพท์ของเราเนี่ยมีเชื้อโรคถึง25,000ตัว มันเกินไปไหมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงกลายเป็นที่เรียกว่าสกปรกกว่าชักโครก

อะไรที่สะอาดกว่ามือถือที่เราใช้

  1. ชักโครก เพราะว่ามันมีเชื้อโรคอยู่ประมาณ1,200ตัว และบางครั้งอาจจะถูกทำความสะอาดบ่อยกว่าโทรศัพท์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันด้วยซ้ำ เผลอๆชักโครกอาจจะสะอาดกว่าโทรศัพท์เป็น 10 เท่าหรือแม้แต่ลูกบิดประตูที่เราจับบ่อยๆก็มีเชื้อโรคประมาณ8,600ตัว แต่เรากลับไม่รู้เลยว่าโทรศัพท์ที่เราใช้กันอยู่บ่อยๆเนี่ยสกปรกกว่าสิ่งของพวกนั้นซะอีก แบคทีเรียพวกนี้เนี่ยพอมันติดมือเรามาแล้วมันก็จะหาทางเข้าสู่ร่างกายอย่างง่ายเลย แค่เราสัมผัสที่ตา,จมูก,หรือปากของเราโดยเฉพาะในตอนที่เรารับโทรศัพท์และเอามาแนบกับหน้าของเรา นอกจากจะรับเชื้อโรคไปเต็มๆแล้วยังทำให้เกิดสิวอีกด้วย
  2. ลูกบิดประตู เพราะเป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสในชีวิตประจำวันเป็นอยู่แล้ว และเป็นแหล่งที่แบคที่เรียอยู่เป็นจำนวนมากเพราะเชื่อได้ว่าไม่ว่าคุณจะออกจากบ้านและกลับเข้ามาในบ้านต้องใช้ลูกบิดพี่เปิดมันเข้าไปอยู่แล้ว เชื้อแบคทีเรียจากจุดต่างๆที่ติดมาตอนที่คุณนั้นออกไปทำธุระข้างนอกหรือทำกิจกรรมต่าง และยังมีผลงานวิจัยมาแล้วว่าลูกบิดประตูที่มีเชื้อแบคทีเรียเป็นตัวกลางแพร่เชื้อได้ดีอีกด้วย
  3. แปรงสีฟันในห้องน้ำ แปรงสีฟันที่ทุกคนใช้ในชีวิตประจำวันนั้นเป็นตัวนำเชื้อโรคได้ดีทีเดียว เพราะในขณะที่เราทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำนั้น เวลาที่เรากดชักโครกจะมีละอองและแบคทีเรียที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ตาเปล่าพุงออกมาจากชักโครก ดังนั้นแล้วควรมีฟ้าครอบแปรงสีฟันเพื่อป้องกันแบคทีเรียหรือเครื่องที่ใส่แปรงสีฟันที่ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย

    เมื่อจอมือถือมีแต่เชื้อโรค เราจะทำความสะอาดมันยังไง

         วิธีง่ายๆเลยเริ่มจากปิดโทรศัพท์ แล้วถอดเคสออก จากนั้นก็ใช้เช็ดสเตคลีนเช็ดคราบสกปรกโดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าเช็ดแว่น ถูวนเบาๆ ตามจุดที่มีคราบเลอะ (เลี่ยงการใช้ผ้ามีขน เพราะจะทำให้หน้าจอมีรอยได้) และใช้ไม้จิ้มฟันพันด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือสำลี เช็ดบริเวณซอกเล็กๆ เช่นช่องเสียบสายชาร์จ และหูฟัง หรือว่าใครที่ไม่มีสเตคลีนก็สามารถใช้เป็นทิชชูเปียกแบบกำจัดเชื้อโรค 99% ได้เลือกแบบที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำเยอะเกินไป

         วิธีทำความสะอาดที่เราแนะนำไปข้างบนก็สามารถเอาไปใช้กับคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดได้ด้วยนะ เพียงแค่ปัดฝุ่นออกก่อน จากนั้นก็ทำความสะอาดเหมือนกันเลย เราคงต้องหันมาทำความสะอาดสิ่งต่างๆรอบให้บ่อยขึ้นแล้วยิ่งเป็นยุคที่โควิดระบาดแล้วเนี่ยยิ่งต้องทำเลย เพราะเชื้อโรคเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น อีกทั้งเชื้อโรคหลาย ๆ ชนิดยังเป็นอันตรายกับสุขภาพ ใช้ชีวิตยากขึ้นทุกวัน

Continue reading “จอมือถือมีเชื้อโรค จริงหรือไม่”

เรื่องเล่าผี จากทั่วโลก

เรื่องเล่าผี

เรื่องเล่าผี จากทั่วโลก

     เรื่องเล่าผี มีกันทุกประเทศไม่ว่าจะที่ไหนก็มีตำนานเล่าขานแตกต่างกันออกไป ทั้งบ้านผีสิง ป่าช้า โบสถ์ ไม่ว่าจะที่ไหนต้องมีเรื่องเล่าสยองแบบนี้ทั้งนั้น วันนี้เราเลยรวบรวมมาให้เพียงเล็กน้อย เพราะมันมีเยอะมาก ไว้ครั้งหน้าจะมาเพิ่มกันต่อเรื่อย ๆ นะคะ มาอ่านไปพร้อมกันเลย

ตอน บ้านผีสิง

1.บ้านสีแดง ที่แว่นแคว้นลอมบาร์ดี
      บ้านสีแดงเป็นบ้านใกล้ทะเลสาบ ปัจจุบันนี้สีได้หลุดลอกออกไปบ้างแล้ว ยิ่งมองน่าสะพรึงกลัวราวกับรอยแผลที่ถลอกปอกเปิก เคยมีลัทธิเลี้ยงผีคนหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เพื่อเป็นสถานที่รวมตัวคนที่บูชามารรวมทั้งแม่มด ภูตผีปีศาจและก็มนตร์ดำอาศัยอยู่ จนมีคู่สามีภรรยาเข้ามาอาศัยแทน

     จนวันหนึ่งสามีออกไปเดินเที่ยว พอกลับมาบ้านก็พบว่าเมียถูกฆ่าตาย บริเวณใบหน้าของศพเหลวไม่เหลือดี และลูกสาวยังหายไปด้วย สามีก็เลยเก็บข้าวเก็บของออกมาจากบ้านนั้นและไม่กลับไปอีกเลย แต่การตรวจทะเบียนราษฎร์พบว่า ชายคนนั้นโสด ไม่มีลูกไม่มีภรรยา คนที่ดูแลบ้านออกมากล่าวว่าไม่จริง บ้านข้างหลังนี้ผีไม่มีสางอะไรทั้งนั้น จะมีก็เขานี่แหละที่หลอกเป็นผีเพื่อไล่พวกที่มาวนเวียนวุ่นวาย แต่จะจริงหรือไม่เราก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้

2.บ้านดาริโยที่เวนิส
      บ้านหลังนี้สร้างในศตวรรษที่ 15 อันเป็นสมัยที่เวนิสรุ่งโรจน์อย่างถึงที่สุด ตำนานเล่าว่าเป็นบ้านต้องคำสาปแช่ง หมายถึงคนภายในบ้านมักไม่ค่อยตายดีกันอยู่หลายราย เริ่มตั้งแต่ลูกสาวเจ้าของบ้านฆ่าตัวตายเพราะเหตุน้อยใจสามี แล้วต่อจากนั้นสามีและก็ลูกชายตายตามไป แล้วเจ้าของบ้านรุ่นต่อๆมาก็ตายไม่ดีเหมือนกับบ้านผีสิง ล้วนเป็นลางร้ายทั้งหมดแต่บางคนก็ไม่เชื่อทำให้คนที่เป็นรุ่นสุดท้ายยังคงอาศัยบ้านหลังนี้ ทำให้ถูกชู้รักฆ่าตายในบ้านหลังนี้ จนกลายเป็นบ้านร้างและไม่มีใครอาศัยในที่สุด

3.บ้านมัญโญนี
   บ้านหลังนี้อยู่ในเขตโค เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง พาเพื่อน ๆ แอบย่องเข้าไปในบ้านร้างที่นี้ แล้วเกิดอุบัติเหตุอะไรไม่ทราบทำให้เสียชีวิตทั้งหมด มีเพียงแต่เดียวแค่นั้นที่รอดมาเล่าราวในคืนนั้นให้คนอื่นฟังว่า ตอนที่พวกเขากำลังย่องเข้าไปบ้านร้างข้างหลังนี้ สายตาของพวกเขาหันไปเจอกับสายตากราดเกรี้ยวคู่หนึ่งจากหน้าต่างบ้านข้างบนพร้อมชี้หน้าตะโกนไล่ กระทั่งพวกเขาลนลานวิ่งหนีออกมาแทบจะไม่ทัน

     จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ภายหลังการบอกกล่าวของเด็กคนนั้น หน้าต่างทุกบานของบ้านก็ถูกปิดสนิท แต่ว่าต่อไปไม่นาน หน้าต่างบานหนึ่งก็เปิดออกมาอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ เป็นหน้าต่างบานที่เด็กวัยหนุ่มคนนั้นเอ่ยถึงนั่นเอง บ้านข้างหลังนี้ถูกทิ้งร้างและไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ครอบครองคนปัจจุบันนี้ มีนักล่าผีคนไม่ใช่น้อยที่ยังคงเข้าไปในบ้าน เรื่องที่กล่าวขานกันก็ยังเกิดเรื่องเสียงกระซิบรวมทั้งเสียงกรีดร้อง ใครที่ผ่านไปผ่านมาจะเห็นเงาดำที่อยู่หน้าหน้าต่างชั้นสองของบ้านเสมอ

ตอน ปราสาทผีสิง

1.พระราชวังมนเตกางลโล เมืองรี
     เป็นบ้านผีสิงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลีด้วย ผู้ที่เล่าเรื่องเล่าว่า เด็กที่กำเนิดในราวตอนหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 14 เป็นเด็กเผือก ซึ่งในยุคนั้นผู้คนคิดว่าเป็นผี เป็นโชคร้าย ผู้เป็นพ่อก็เลยต้องขังลูกสาวตนเองให้อยู่แต่ในพระราชวังโดยมียามเฝ้า 2 คน วันหนึ่งเด็กน้อยเล่นบอลผ้าแล้วลูกฟุตบอลตกลงไปในห้องใต้ดินก็เลยวิ่งลงไปเก็บ ลงไปไม่นานยามทั้งคู่ซึ่งอยู่ข้างบนก็ได้ยินเสียงกรีดของเด็กน้อย พอวิ่งลงไปดูก็ไม่เจออะไร ไม่เจอร่างของเด็กน้อย ไม่มีใครได้เจอเด็กคนนั้นอีกเลยแต่ทุกๆ5 ปีในวันครีษมายันจะปรากฏให้มองเห็นเสมอ
Continue reading “เรื่องเล่าผี จากทั่วโลก”

เกร็ดความรู้เรื่องความสวย ด้วยวิธีง่าย ๆ

เกร็ดความรู้เรื่องความสวย

เกร็ดความรู้เรื่องความสวย ด้วยวิธีง่าย ๆ

     เกร็ดความรู้เรื่องความสวย วันนี้เราจะมาเสนอวิธีง่าย ๆ เป็นเคล็ดลับเล็ก ๆที่ไม่ควรมองข้าม เป็นเคล็ดลับที่ง่ายมาก ๆ ง่ายถึงง่ายที่สุดกันไปเลย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันค่ะ

ความรู้ ความสวย เรื่องของผม

  1. ผมดำสวย มีน้ำหนัก เส้นผมแข็งแรงไม่ขาดร่วงง่าย ๆ ด้วยการใช้เกลือทะเลผสมกับยาสระผม ผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเข้ากันรวมทั้งเกลือทะเลกับยาสระผมจะช่วยทำให้เส้นผมของเรานุ่มขึ้น
  2. เป่าผมแบบคว่ำหน้าลง สำหรับเราเป่าไปเถอะขอให้แห้งเป็นพอ แต่ แต่ แต่การก้มหน้าลงแล้วปัดผมที่อยู่ข้างหลังมาด้านหน้าแล้วหลังจากนั้นให้นำผ้าขนหนูคลุมผมไว้ แล้วม้วนปลายให้จนถึงสุดแล้วตวัดกลับขึ้นมา ทำอย่างนี้จะเป็นการซับน้ำที่อยู่บนเส้นผมทำให้ผมแห้งเร็วกว่าเดิม 2 เท่า แล้วหลังจากนั้นค่อยใช้ที่เป่าผมให้ผมแห้งสนิทอีกที วิธีแบบนี้จะช่วยลดเวลาการเป่าผม
  3. ใช้แป้งกลบผมมัน ในเวลาเร่งรีบสระผมไม่ทันแป้งเด็กนี่แหละเป็นตัวช่วยที่เหมาะสมที่สุด แค่เอามาโรยรอบๆผมที่มัน เนื้อแป้งจะช่วยซับความมันบนหนังหัว ใช้ทีละน้อยนะคะ เดี๋ยวจะขาวไปทั้งหัว
  4. ใช้ถุงหูหิ้วคลุมตอนหมักผม ลงครีมนวดหรือทรีตเมนต์แล้วเก็บผมเข้าไปในถุงหูหิ้ว ทิ้งเอาไว้นานและหลังจากนั้นก็ค่อยล้างออก ไม่ต้องเสียเวลาล้างหมวกคลุมผมให้เสียเวลาใช้แล้วทิ้งได้เลย

ช้ของรอบตัวให้เป็นประโยชน์

  1. ฟื้นคืนชีพอายไลเนอร์ นำอายไลเนอร์ไปแช่น้ำร้อนเอาไว้ก่อนสัก 1 นาที แล้วต่อจากนั้นก็ทดลองเขย่าขวดจนถึงคิดว่าอายไลเนอร์เริ่มละลาย ก็เพิ่มเติมน้ำเปล่าลงไปสัก 3-4 หยด เขย่าอีกรอบ เพียงเท่านี้อายไลเนอร์ที่แห้งติดขวดก็กลับมาใช้ได้ใหม่แล้ว
  2. กำจัดสิวหัวดำ ผสมผงขมิ้น 1 ช้อนชา กับน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ ขนให้เหมาะแล้วเอามาสครับบริเวณใบหน้า โดยใช้นิ้วมือนวดไปเบา ๆ ลงบนผิวแห้งรวมทั้งรอบ ๆ ที่เป็นสิวหัวดำ ปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน ตื่นเช้ามาสิวหัวดำก็ออกไปหมดแล้ว
  3. ใช้ก้อนน้ำแข็งก่อนแต่งหน้าทาปาก ใช้ก้อนน้ำแข็งเช็ดบนบริเวณใบหน้าของคุณก่อนจะแต่งหน้าทาปาก ซึ่งมันจะช่วยปิดรูขุมขนแล้วก็ลดความแดงของผิว ยิ่งไปกว่านี้ยังช่วยทำให้เครื่องแต่งหน้าติดทนนาน การเช็ดก้อนน้ำแข็งบนบริเวณใบหน้ายังสามารถยั้งริ้วรอย และก็ริ้วรอยก่อนวัยได้อีกด้วย
  4. เล็บแข็งแรงขึ้นแล้วก็มีสุขภาพแข็งแรง ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องเล็บบาง การนวดด้วยน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวลงบนผิวหนังชั้นนอกและก็เล็บของคุณ หรือการใช้เปลือกมะนาวขัดบริเวณหน้าเล็บเป็นประจำ แค่นี้เล็บก็แข็งแรงและหนาขึ้นเป็นกอง
  5. ใช้ยาสีฟันสำหรับการรักษาสิว เลือกยาสีฟันที่เป็นสีขาวล้วน สูตรธรรมชาติยิ่งดี บีบยาสีฟันนิดหน่อยบนนิ้วชี้ รวมทั้งป้ายยาสีฟันบางๆบนสิวโดยตรง ปล่อยทิ้งเอาไว้ราว ๆ 2 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นและเช็ดหน้าให้แห้ง
  6. แปรงริมฝีปากด้วยแปรงสีฟัน ใช้แปรงสีฟันแปรงที่ริมฝีปากเบา ๆ จะช่วยขัดผิวที่ตายแล้วแล้วก็ทำให้ริมฝีปากของคุณนุ่มนวลขึ้น ยิ่งไปกว่านี้ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่ริมฝีปากของเราอีกด้วย

Continue reading “เกร็ดความรู้เรื่องความสวย ด้วยวิธีง่าย ๆ”

เคล็ดลับความสวย ทำง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง

เคล็ดลับความสวย

เคล็ดลับความสวย ด้วยตนเอง

     เคล็ดลับความสวย ด้วยวิธีง่าย ๆ ช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วยนะคะ เคล็ดลับนี้บางคนทำอยู่เป็นประจำแต่อาจจะไม่รู้ว่าทำแล้วดียังไง วันนี้เราเลยพามาดูว่าจะมีวิธีไหนกันบ้าง ไปกันเลย

เคล็ดลับความสวย ไม่สมควรแต่งหน้าทุกวัน

     ผู้หญิงที่แต่งหน้าทุกวันทำให้ผิดได้รับสารเคมีอยู่ตลอดเวลา ควรหยุดเสริมสวยอาทิตย์ละ 2-3 วัน ควรให้ใบหน้ามีเวลาได้พักผ่อนบ้าง การไม่แต่งหน้าถือว่าเป็นการชะลอริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วยนะ

เคล็ดลับความสวย ไม่ควรสระผมทุกวัน

     ควรสระวันเว้นวัน เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำมันขึ้นมาดูแลผมบ้าง น้ำมันที่ร่างกายผลิตออกมาจะทำให้ผมไม่แห้งแตก การสระผมทุกวันจะมีผลให้ผมแห้งเสียได้ง่าย แต่ก็ไม่ควรปล่อยจนหลายวันเกินไปนะ มันจะกลายเป็นสกปรกแทน

เคล็ดลับต่อมา ขัดผิวบ่อย ๆ

     การขัดผิวหรือการสครับนั้นจะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป การขัดตัวมีหลายวิธีถ้าไม่อยากทำเองที่บ้านเข้าสปาได้เลย ส่วนใครที่อยากทำเองที่บ้าน สมุไพรในครัวใช้ได้ทั้งนั้น มะขามหรือว่าขมิ้น 2 อย่างนี้ ขัดวนไป 2-3 วันครั้งก็จะเห็นได้ว่าผิวขาวสว่างขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว แถมยังทำให้ผิวเปิดรับวิตามินต่าง ๆ ที่เราทาบำรุงอยู่ทุกวันทำให้ซึมซาบและเห็นผลเร็วกว่าปกติอีกด้วย

บอกลาปัญหาถุงใต้ตา

ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอะไร มะเขือเทศและแตงกวาช่วยได้ เพียงแค่ก่อนนอนทุกคืน นำแตงกวาหรือมะเขือเทศหั่นเป็นแว่นวางทิ้งไว้แค่นี้ตื่นเช้ามาก็บอกลาถุงใต้ตาดำคล้ำได้เลย การนอนเร็วก็ช่วยได้นะ การพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึกจนเกินไป นอนให้ครบ 8 ชม. แค่นี้ถุงใต้ตาก็หายไปแล้ว

ใช้ครีมบำรุงผิวบ่อยๆ

โดยช่วงเวลาดีที่สุดที่ควรจะบำรุงผิวควรจะเป็นช่วงหลังอาบน้ำเสร็จ ผิวเราก็จะสุขภาพดีสมบูรณ์แข็งแรงอยู่ตลอด นอกเหนือจากที่จะกำจัดขน รวมทั้งสครับหรือขัดผิวแล้ว ทำให้ผิวเปิดกว้างพร้อมรับครีมต่าง ๆ ทำให้ขาวเร็วยิ่งขึ้น ใสขึ้นอีกด้วย

ทาโลชั่นกันแดดทุกวันที่ออกแดด

ช่วยลดปัญหาผิวจากแดด แดดประเทศไทยแรงมากการไม่ทาครีมกันแดดทำให้ผิวหมองคล้ำเร็ว กว่าจะบำรุงกันให้ขาวได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงไม่สมควรละเลยไป ควรทาทั้งผิวหน้า รวมทั้งผิวตัว

กินอาหารและการออกกำลังกาย

การกินและการออกกำลังกายเป็นยาที่ดีที่สุดแล้ว สุขภาพร่างกายก็จะสมบูรณ์แข็งแรง ระบบเลือดสูบฉีด การกิรและการออกกำลังกายทำให้หุ่นดี ผิวสวย สุขภาพแข็งแรง

เครียดให้น้อยที่สุด

การที่เราเครียดจะทำให้การอยากอาหารน้อยลง ผิวพรรณหม่นหมอง ซูบ เหมือนคนอมทุกข์ ทำให้แก้เร็ว การเครียดในทุก ๆ วันมีผลต่อร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเครียดให้ได้น้อยที่สุด เพื่อความสวยของเรา ความสวยของเรานั้นอยู่ที่การเราดูแลแลตัวเองมากน้อยเพียงใด หากคุณนั้นดูแลสุขภาพตัวเอง เราก็จะสวยนานยิ่งขึ้น
เคล็ดลับความสวยที่ไม่ลับ เคล็ดลับความสวยที่ใครๆก็ทำได้ เคล็ดลับความสวยฉบับเด็กหอ

Continue reading “เคล็ดลับความสวย ทำง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง”

The Confession 2010 EP.2 ความไร้เดียงสาของเด็กทั้งสอง

เดอะ คอนเฟสชั่น 2

The Confession 2010 EP.2 ความไร้เดียงสาของเด็กทั้งสอง

     The Confession 2010 จากนั้นทั้งสองได้นำหุ่นไล่กามาโยนไว้ในหลุมแยกขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กับจุดที่พวกเขาเล่นพร้อมกับได้นำกิ่งไม้ที่หล่นอยู่มากลบ(เจค็อบ)ก็ได้เดินเข้ามาพูดสั้นกับแซมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ เช้าวันต่อมามันก็กับมีรายงานจากข่าวในท้องทีjถึงอุบัติรถชนที่ทำให้มีคนตาย เมื่อ(แซม)ได้ยินก็กับทำให้เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมามากจนเก็บไปฝันร้ายหลังจากวันนั้น(แซม)ก็ยังไม่สามารถทำตัวสดใสร่าเริงได้อย่างปกติจนทำให้(เจค็อบ)ที่เห็นนั้นรู้สึกไม่ดีและนัดกับ(แซม)หลังมื้อเย็นวันนี้เพื่อคุยกันถึงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

The Confession 2010 จุดแตกหักของทั้งสอง

     เย็นวันนั้นระหว่างที่แซมกินข้าวอยู่กับครอบครัวจู่ ๆ พ่อเขาก็พูดถึง(คอนลิน)ว่าเขากำลังตามหาหุ่นไล่กาของเขาที่หายไปทำให้(แซม)ที่ได้ยินอย่างนั้นเริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลน แม้พ่อของเขาจะจับสังเกตได้แต่พ่อของเขาก็ไม่ได้เอ่ยทักอะไรขึ้นมาหลงจากกินเสร็จ(แซม)ก็ได้ออกมาตามนัดของ(เจค็อบ)ในทันทีเมื่อทั้งสองเจอหน้ากัน(แซม)ก็กับพูดมาก่อนว่าพ่อของฉันรู้เรื่องแล้วแต่(เจค็อบ)ที่กับได้ยินบอกมันไม่มีทางที่เขาจะรู้ได้เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุบัติเหตุเราไม่ได้ทำอะไรผิสักหน่อยและ(เจค็อบ)ไม่อยากให้(แซมนำเรื่องนี้ไม่สารภาพบาปกับหลวงพ่อเพราะถ้าทำอย่างนั้นพวกเขาจะต้องติดคุกแน่ๆ

     แต่(แซม)กับบอกว่าเขาไม่สบายใจเลยกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป หลังจากนั้นทั้งคู่ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงจนผลักกันไปมาพร้อมกับโทษว่าเป็นความผิดของกันและกันจนสุดท้ายในตอนนั้น(แซม)กับไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำไปในครั้งนี้มันจะกลับกลายเป็นการฆ่าเพื่อนรักษาของเขาเอง ทำให้แซมที่ได้สติคืนมาตกใจเป็นอย่างมากและไม่ก้ล้าที่จะไปไหนแต่แต่หนังแน่นิ่งไปบนหลุมแยกนั้นด้วยความรู้สึกผิด

     จนได้ที่เขาจะต้องสารภาพบาป(แซม)ได้เดินทางมายังโบสถ์คนแรกที่ใบหน้าที่โศกเศร้าและรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาจนมันทำให้เขาไม่มีความสุขเลย หลวงพ่อที่คอยรับฟังแซมอยู่นั้นก็คิดว่า(แซม)คงไปทำความผิดมาจนกว่าที่ตัวของเขาจะรับไว้แน่แน่เพราะในขนาดที่เขาสภาพเขาได้ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก หนักจนไม่สามารถจะเอ่ยมันออกล้ามาเป็นคำพูดได้

     (แซม)ที่แรกตัดสินใจมาอย่างแน่วแน่แล้วแต่เมื่อถึงเวลาจริงๆเขาก็กับไม่กล้าสารภาพจนสุดท้ายเขาได้แค่บอกออกไปว่าเขานั้นเป็นเด็กดื้อที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่แถมยังชอบกลั่นแกล้งพี่น้องของตนเองด้วยวิธีต่างๆ ทั้งที่ความมจริงเรื่องราวทั้งหมดนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องของ(เจค็อบ)และไม่ใช่เรื่องที่เขาตั้งใจมาสารภาพกับหลวงพ่อเลยนอกจาก(แซม)จะโกหกและปิดบังความจริงไว้บางเรื่องเลวร้ายที่เขาทำลงไปและปล่อยให้มันเป็นตราบาปที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิตแทน

สรุปหนัง

ก็จบกันไปแล้วกับหนังเรื่องนี้หนังเรื่องนี้เราว่าว่ามันบ่งบอกได้ถึงการตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่างและเรื่องบางเรื่องมันก็ขึ้นอยุ่กับวุฒิภาวะด้วย เขาอาจจำมันไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้วถ้าเป็นเพื่อนๆละถ้าเกิดอะไรผิดพลาดลงไปจะเลือกที่จะบอกผู้ใหญ่ไหมหรือจะเลือกที่จะเก็บไว้เพียงคนเดียว

Continue reading “The Confession 2010 EP.2 ความไร้เดียงสาของเด็กทั้งสอง”

9 วิธีกำจัดสิวเสี้ยน ให้ผิวกลับมาเนียนนุ่ม กระจ่างใส

ลำพังเพียงแค่ปัญหาสิวธรรมดาก็หงุดหงิดและสร้างความลำคาญใจไม่ใช่น้อย แต่ยิ่งมาเป็นสิวเสี้ยนเพิ่มเข้าไปอีกแน่นอนว่าไม่มีใครชอบ เพราะถึงแม้สิวเสี้ยนจะเล็กมากหากมองผิวเผินอาจจะไม่เห็น แต่ก็ทำให้คนเราเสียความมั่นใจได้

วันนี้เราจึงมี 9 วิธีกำจัดสิวเสี้ยน ให้ผิวกลับมาเนียนนุ่ม กระจ่างใส มาฝากกัน เพราะเราเข้าใจว่าปัยหาสิ้วเสี้ยนนั้นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ เอามากๆ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1. กรดวิตามินเอ
สรรพคุณพิเศษของกรดวิตามินเอคือช่วยละลายการอุดตันของต่อมไขมัน พร้อมช่วยลดการเกาะตัวของเซลล์ผิวหนัง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในบริเวณรูขุมขน จึงทำให้ป้องกันสิวเสี้ยนใหม่รวมทั้งสิวเสี้ยนเก่าก็หลุดออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่มีข้อควรระวังคืออย่าทากรดวิตามินเอทั่วใบหน้า

ให้ทาเฉพาะจุดที่มีสิวเสี้ยน เช่นบริเวณจมูก, หน้าผาก หรือคาง วันละหนึ่งครั้งก่อนนอน เพราะกรดวิตามินเอจะทำให้ผิวระคายเคือง แห้งกร้าน คัน สุดท้ายลอกเป็นขุย และข้อสำคัญระหว่างที่ใช้ให้ทาครีมกันแดดควบคู่ไปด้วย

2. หอมแดง
หอมแดงนอกจากจะนำไปปรุงอาหารให้รสชาติอร่อยดียิ่งขึ้นแล้ว ในหอมแดงยังมีน้ำมันหอมระเหยและสารสำคัญต่างๆ โดยมีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดสิวเสี้ยน โดยคุณเพียงแค่นำหอมแดงสดมาฝานให้เป็นชิ้นเล็กๆหลังจากนั้นทุบเบาๆให้น้ำของหอมแดงออกนำไปทาทิ้งไว้บริเวณที่เกิดสิวประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยน
เป็นวิธีที่ง่ายและยอดนิยมเพราะหาซื้อได้ง่ายแถมมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก ส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของแผ่นแปะจมูกเคลือบสารที่ทำให้ติดแน่น ส่วนขั้นตอนคือทำให้จมูกเปียก หลังจากนั้นก็ลอกแผ่นแปะสิวเสี้ยนมาแปะที่บริเวณจมูก ทิ้งไว้จนแผ่นเริ่มแห้งแล้วค่อยดึงออก

เมื่อทำแบบนี้ก็จะช่วยให้สิวเสี้ยนหลุดติดแผ่นออกมา แต่ก็หลุดไม่หมดเลยทีเดียว ต้องอาศัยวิธีอื่นร่วมด้วย

4. น้ำผึ้ง
ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีในการกำจัดสิวเสี้ยนที่ทำได้ง่ายมากๆ ด้วยการนำน้ำผึ้งอย่างเดียวหรือจะเป็นน้ำผึ้งผสมกับน้ำอุ่น ใช้เพียงเล็กน้อยนำไปทาลงบริเวณที่เกิดสิวเสี้ยนทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วใช้นิ้วชี้ค่อยๆนวดคลึงลงไปเบาๆแล้วค่อยใช้น้ำสะอาดล้างออกอีกครั้ง หากทำแบบนี้เป็นประจำ ใบหน้าสวยๆก็จะปราศจากสิวเสี้ยน ที่สำคัญใบหน้าเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใส

5. เบกกิ้งโซดา
สาวๆเพียงแค่นำเบกกิ้งโซดา 3 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้นๆ จากนั้นจึงนำไปทาที่บริเวณจุดเกิดสิวเสี้ยน ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชม. แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้นให้ลองสังเกตดูว่าตรงจมูกที่เกิดสิวเสี้ยนจะเริ่มลดน้อยลง พร้อมผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน

6. มันฝรั่ง
เชื่อได้ว่าหลายคนคงจะไม่ทราบว่ามันฝรั่งไม่ได้มีดีแค่นำมารับประทานเพียงอย่างเดียว ยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาสิวเสี้ยนได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย โดยนำมันฝรั่งดิบๆมาสับให้ละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำมาทาลงไปที่บริเวณจุดที่สิวเสี้ยนขึ้น ทาทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นล้างน้ำออกด้วยน้ำสะอาด สาวๆมั่นใจได้เลยว่าใบหน้าจะเนียนนุ่ม และหมดกังวลเรื่องสิวเสี้ยนไปได้เลยล่ะ

7. ไข่ขาว
สูตรลอกสิวเสี้ยนที่นิยมกันมาเนิ่นนาน เพราะเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ราคาถูก และทำได้เอง เพียงแค่นำไข่ขาวประมาณ 1 ฟอง น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา มาผสมและตีให้เข้ากัน เสร็จแล้วทาเบาๆตรงที่มีสิวเสี้ยน จากนั้นให้ใช้กระดาษซับมันมาแปะทิ้งเอาไว้จนรู้สึกว่าที่ใบหน้าเริ่มตึงๆ จึงค่อยๆลอกเอากระดาษซับหน้ามันจะเห็นได้ว่าสิวเสี้ยนจะติดออกมากับกระดาษซับมัน พร้อมกับล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง หมั่นทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้งเพื่อเห็นผลได้ดีขึ้น

8. ดินสอพอง
สูตรนี้คือการนำดินสอพองมาผสมเข้ากับน้ำมะนาว ด้วยการใช้ดินสอพอง 3-4 เม็ดใหญ่มาผสมเข้ากับน้ำมะนาว 2 ช้อนชา ค่อยๆคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นก็นำไปพอกลงจนทั่วใบหน้าหรือจะเลือกทาเฉพาะบริเวณที่เกิดสิวเสี้ยนก็ได้ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

9. กระเทียม
พืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายมหาศาลจะนำมารับประทานเป็นยาก็ดี หรือจะนำมารักษาสิวเสี้ยนก็เยี่ยม เพียงแค่นำกระเทียม 2 กลีบมาทุบหรือบดให้น้ำออกมา จากนั้นก็นำไปแต้มที่บริเวณสิวเสี้ยนทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วตามด้วยการล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งวิธีนี้ข้อดีคือนอกจากจะรักษาสิวเสี้ยนแล้วยังช่วยลดรอยดำจากสิวได้อีกด้วย

สำหรับ 9 วิธีกำจัดสิวเสี้ยน ให้ผิวกลับมาเนียนนุ่ม กระจ่างใส ที่เรานำมานั้น ไม่ยากเลยใช่ไหม แถมยังเป็นวิธีที่ง่ายแสนง่ายอีกต่างหาก ๆสามารถทำได้เองที่บ้านไม่ต้องออกไปเสียทั้งเงินและเวลาออกจากบ้านเลยล่ะ 

10 สิ่งต้องห้ามไม่ควรทำกับคิ้วเด็ดขาด

สำหรับ คิ้ว นั้นเป็นองค์ประกอบส่วนที่สำคัญที่สุดบนใบหน้าของคุณ เมื่อคิ้วได้รูปทรงที่ดี ส่วนอื่นๆก็จะดูดีตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อคิ้วที่ดกดำดูเป็นธรรมชาติกลายเป็นทรงคิ้วที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างในตอนนี้ การดูแลคิ้วของคุณนั้นจึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และวันนี้เรามี 10 สิ่งต้องห้ามไม่ควรทำกับคิ้วเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้คิ้วพัง มาฝากกัน

1. อย่าพยายามที่จะทำให้คิ้วเหมือนกันเป๊ะ 100%
คุณอาจจะลืมไปในขณะที่กำลังถอนหรือกันคิ้วว่า คิ้วนั้นควรจะถูกคิดถึงในฐานะของพี่-น้อง ที่คล้ายกันแต่ไม่ใช่ฝาแฝดที่เหมือนกันเป๊ะ มันควรที่จะมีทรงที่คล้ายกัน แต่ไม่ต้องเป็นกังวลว่ามันจะดูต่างอยู่บ้าง

เช่นเดียวกับที่ร่างกายนั้นไม่สมมาตร 100% ใบหน้าของเรานั้นไม่ใช่รูปเรขาคณิต ที่จะมีองศาเหมือนกันเป๊ะๆ เพระาว่าแทบจะไม่มีใครที่มีคิ้วที่เหมือนกันเป๊ะเช่นกัน เนื่อด้วยโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ บริเวณเบ้าตา หรือการเกร็งของกล้ามเนื้อ และการพยายามที่จะทำให้มันเหมือนกันมากเกินไปอาจจะส่งผลให้คุณพยายามที่จะกันหรือถอนมันออกมามากเกินไปจนกลายเป็นปัญหาที่แท้จริงก็ได้ ควรคำนึงถึงความบาลานซ์ของคิ้วทั้งสองข้างและภาพรวมของใบหน้ามากกว่าความเหมือนกันเป๊ะๆ จะดีกว่านะ

2. การถอนขนเหนือคิ้ว
ในขณะที่ถอนขนคุณอาจจะบังเอิญเห็นขนที่ขึ้นบางๆอยู่เหนือคิ้ว ก็ไม่ควรพยายามที่จะถอนและจัดแต่งทรงที่ด้านบน การแว๊กซ์หรือถอนขนเหนือคิ้วอาจจะทำให้ทรงโค้งของคิ้วเสียรูปทรงไปได้ แทนที่จะทำอย่างนั้นเราขอแนะนำให้ทำการแต่งทรงจากด้านใต้คิ้วจะดีกว่า หรือหากสาวๆมีคิ้วที่รกมาก อยากกำจัดขนเหนือคิ้วออกด้วย ต้องมีความเชี่ยวชาญในระดับนึงนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้คิ้วเสียทรงได้ ทางที่ดีควรให้ผู้ที่ชำนาญด้านการออกแบบทรงคิ้วแนะนำ หรือจัดการให้จะดีกว่า

3. การใช้แหนบที่สกปรก
แม้ว่าแหนบอาจจะดูไม่ใช่อุปกรณ์ที่สำคัญ แต่หากมันสกปรกหรือเก่าล่ะก็มันอาจจะกลายเป็นเรื่องที่อันตรายได้เลยทีเดียว เพราะว่าเมื่อคุณถอนคิ้ว รูขุมขนบริเวณที่ถอนจะเปิดกว้างขึ้น ดังนั้นหากแหนบมีเชื้อโรคล่ะก็มัน ก็จะสามารถหาหนทางแทรกผ่านรูขุมขนที่เพิ่งถูกเปิดนั้นเข้าไปได้ แต่ไม่ต้องห่วงเพียงแค่เอาแหนบของคุณไปฆ่าเชื้อให้สะอาด ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ ก่อนนำมาใช้ก็เป็นอันใช้ได้ แหนบเก่าๆนั้นไม่เพียงเสี่ยงต่อการมีเชื้อโรค แต่ยังอาจจะส่งผลให้มันหนีบขนได้ไม่ดีเท่าที่ควร และทำให้การถอนคิ้วนั้นเจ็บกว่าที่ควร

4. การถอนคิ้วก่อนอาบน้ำ
การถอนคิ้วก่อนอาบน้ำนั้นดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ดีเพราะคุณจะได้ถือโอกาสล้างคิ้วออกไปเลยด้วย แต่อันที่จริงแล้ว นั่นเป็นทางเลือกทีไม่ดีเท่าที่ควร เราจึงแนะนำให้ถอนคิ้วหลังอาบน้ำแทน จะเวิร์คกว่า เพราะน้ำร้อนนั้นจะทำให้รูขุมขนเปิดและสามารถที่จะเป็นต้นเหตุให้รากคิ้วร่วงออกมาได้ง่าย อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นก่อนการถอนคิ้ว จะช่วยให้คิ้วสามารถถูกดึงออกได้ง่ายยิ่งขึ้นและเจ็บน้อยลง หรือการทาครีมทาหน้าลงไปเล็กน้อยก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เส้นขนหลุดง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

5. พยายามแมทช์สีคิ้วกับสีผมให้เหมือนหรืออ่อนกว่ากับสีผมมากเกินไป
การพยายามแมทช์สีของคิ้วกับสีผมนั้นอาจจะทำให้มันดูเข้ม และดูหลอก และเข้มเกินควร แทนที่จะทำอย่างนั้นเราขอแนะนำให้คุณใช้สีคิ้วที่อ่อนกว่าเส้นผม ซึ่งจะช่วยให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้สีคิ้วสีเดียวกันกับผม

6. แว๊กซ์คิ้วหลังจากใช้ครีมต้านริ้วรอย
เพราะครีมต้านริ้วรอยบางตัวสามารถที่จะทำให้ผิวของคุณบอบบางลงได้ โดยเฉพาะครีมที่มี retinoid ที่จะทำให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตานั้นบอบบางมากเกินกว่าที่จะสามารถแว๊กซ์ได้ ไม่ใช่เพียงแค่มันจะทำให้คุณรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าเดิมเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดหนังไก่ด้วย และรอยที่ไม่พึงประสงค์ได้ อย่าลืมนะคะว่าผิวบริเวณรอบดวงตานั้นบอบบางสุดๆ ทางที่ดี ครีมบำรุงทั้งหลายนั้นควรจะใช้หลังการแว็กซ์หรือถอนคิ้วแล้วเท่านั้น

7. ถอนหรือกันขนที่หัวคิ้วมากเกินไป
หากคุณเป็นคนที่มีคิ้วที่ติดกันตรงกลางระหว่างคิ้ว คุณอาจจะเกิดถอนมันอย่างเมามันส์มากเกินไป จนกระทั่งมันดูไม่ธรรมชาติ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณถอนขนในปริมาณที่เหมาะสม เอาไม้ หรือดินสอเขียนคิ้ว มาทาบวัดจากจมูกขึ้นไปตรงๆ กะตำแหน่งหัวคิ้วจากจุดนั้นและอย่าถอนหรือกันคิ้วออกไปเกินตำแหน่งนั้น จะดูสมส่วนกับใบหน้าสุดๆไปเลยล่ะ

8. การใช้การจกขยายขนาดขณะถอนคิ้ว
การจกขยายขนาดนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการลงสกินแคร์หรือการแต่งหน้า แค่คุณไม่ควรใช้มันเมื่อถอนคิ้ว กระจกขยายนั้นส่งผลให้ขนาดและรูปทรงที่แท้จริงของคิ้วนั้นดูแปลกไป ทำให้เราไม่สามารถดูภาพรวมของคิ้ว กับใบหน้าได้อย่างถนัด ซึ่งอาจจะทำให้คุณถอนคิ้วเกินจากที่จำเป็นก็ได้

9. การใช้แผ่นวาดคิ้ว
แผ่นวาดคิ้วดูเหมือนจะกลายเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับมือใหม่หัดแต่งหน้า หรือคนที่มือไม่นิ่ง แต่การใช้แผ่นวาดคิ้วนั้นแท้จริงแล้วให้ทรงคิ้วที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ เพราะมันไม่ใช่ทรงคิ้วที่เหมาะกับคุณ แทนที่จะใช้แผ่นวาดคิ้วลองไปหาช่างเสริมสวยใกล้บ้านแล้วลองให้เขาหรือเธอออกแบบทรงคิ้วให้คุณดูนะคะ เพราะทรงคิ้วแต่ละทรง ไม่ใช่ว่าว่าเหมาะกับทุกคนนะ

10. การเลือกแปรงที่ไม่เหมาะ
หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์แต่งคิ้วแบบแป้ง ครีมหรือเจล คุณต้องดูให้แน่ใจว่าคุณใช้แปรงวาดที่เหมาะสม เพราะถ้าเลือกแปรงที่มีหัวบาง คม และมีมุมจะช่วยให้คิ้วของคุณดูเป็นธรรมชาติ มากกว่าแปรงที่มีหัวที่กว้างและแบน เพราะแปรงที่ไม่เหมาะสมกับการเขียนคิ้วนั้น จะทำให้คิ้วคุณพังพินาศได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

วิธีการเลือกอ่างล้างหน้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เมื่อมีห้องน้ำ ก็ต้องมีอ่างล้างหน้า เพราะสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันเสมอ แต่ว่าเราจะเลือกอ่างล่างหน้าแบบไหนดีล่ะ ให้เหมาะกับการใช้งานของเรา หากคุณยังไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับการเลือกอ่างล้างหน้าเลย ก็สามารถดูจากบทความนี้ของเราได้

เพราะวันนี้เราได้นำวิธีการเลือกอ่างล้างหน้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน มาฝากทุกคนกัน หากใครกำลังที่จะรีโนเวท หรือกำลังต้องเลือกอ่างล้างหน้า ก็สามารถอ่านบทความของเราแล้วนำไปช่วยในการตัดสินใจได้

เลือกจากประเภทของอ่างล้างหน้า
1.อ่างล้างหน้าแขวนผนัง : เหมาะกับพื้นที่จำกัด ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำ
อ่างล้างหน้าแขวนผนังหรืออ่างล้างหน้าติดผนัง เป็นรูปแบบของอ่างล้างหน้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ เนื่องจากมีวิธีการติดตั้งที่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างสว่านเพื่อเจาะรูบนผนัง แล้วติดตั้งเหล็กสำหรับแขวนอ่างล้างหน้าเท่านั้นเอง ข้อดีของอ่างล้างหน้าประเภทนี้ คือ มีราคาถูก หาซื้อได้ง่ายกว่าอ่างล้างหน้าประเภทอื่น ๆ ที่สำคัญ ยังช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องน้ำ พร้อมช่วยให้ดูปลอดโปร่งอีกด้วย

แต่หากใครกลัวว่าอ่างล้างหน้าแบบแขวนจะดูไม่แข็งแรง หรือกลัวว่าจะรับน้ำหนักไม่ไหว เราขอแนะนำอ่างล้างหน้าแบบแขวนพร้อมขาตั้ง ซึ่งรูปแบบนี้จะช่วยให้คุณอุ่นใจในด้านความแข็งแรงมากขึ้น แต่ก็อาจจะทำให้ความปลอดโปร่งหายไปเล็กน้อย

2. อ่างล้างหน้าฝังเคาน์เตอร์ : กลมกลืนกับบรรยากาศโดยรอบ ไม่รบกวนสายตา
เมื่อพูดถึงอ่างล้างหน้าฝังเคาน์เตอร์ เป็นอ่างล้างหน้าที่ดูเรียบง่ายที่สุด เพราะเราจะเห็นเพียงส่วนของพื้นที่ในอ่างล้างหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกฝังหรือซ่อนเอาไว้ภายใต้เคาน์เตอร์ ซึ่งการออกแบบนี้ช่วยให้อ่างล้างหน้าดูกลมกลืนกับห้องน้ำและเคาน์เตอร์ได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้คุณมีพื้นที่สำหรับวางของที่ต้องใช้บ่อยอย่างเช่น สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟันหรือมีดโกนหนวด โดยสามารถหยิบมาใช้งานได้สะดวกอีกด้วย

3.อ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ : โดดเด่นเป็นสง่า มองเห็นได้ชัดเจน
หากคุณต้องการความหรูหราที่โดดเด่นเป็นสง่าแล้วล่ะก็ อ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์สามารถตอบโจทย์คุณได้ดีที่สุดครับ เพราะอ่างล่างหน้าประเภทนี้จะถูกติดตั้งไว้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่ส่วนบนของเคาน์เตอร์ แถมยังเป็นรูปแบบที่มีดีไซน์หลากหลายเอาใจคนช่างเลือกเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังไม่ค่อยมีข้อจำกัดในด้านการติดตั้งเหมือนกับอ่างล้างหน้าประเภทอื่น ๆ อีกด้วย

4.เลือกจากวัสดุของอ่างล้างหน้า
อ่างล้างหน้าถูกผลิตด้วยวัสดุที่หลากหลาย ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป เรามาตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นไปพร้อม ๆ กันดีกว่า

  • อ่างล้างหน้าจากเซรามิก (Ceramic) : หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบความหรูหรา ขอแนะนำให้เลือกอ่างล้างหน้าที่ผลิตจากเซรามิก ซึ่งเป็นวัสดุที่นำมาใช้สำหรับงานก่อสร้างมากมาย โดยเฉพาะสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีพื้นผิวเงางามและดูสะอาดสะอ้าน แต่ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของการทำความสะอาด เพราะเซรามิกนั้นไม่ค่อยถูกกันกับกรดและด่างสักเท่าไร
  • อ่างล้างหน้าจากอะคริลิก (Acrylic) : ถ้าคุณต้องการอ่างล้างหน้าที่มีความแข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เราขอแนะนำให้เลือกอ่างล้างหน้าที่ผลิตจากอะคริลิก ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีความแข็งแรงสูง อีกทั้งยังทนทานต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดี ไม่มีโอกาสเกิดรอยแตกลายบนพื้นผิวเหมือนเซรามิก ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันสามารถทำให้พื้นอะคริลิกมีความเงางามได้ไม่แพ้เซรามิก จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เราอยากให้คุณพิจารณา
  • อ่างล้างหน้าจากแก้วหรือกระจก : อ่างล้างหน้าที่ผลิตจากแก้วหรือกระจกนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นอ่างล้างหน้าประเภทวางเหนือเคาน์เตอร์และมีลักษณะเป็นทรงกลม ช่วยเพิ่มความหรูหราทันสมัยและมีความโมเดิร์นที่ไม่เหมือนใครครับ และแม้ว่าจะเป็นวัสดุที่ดูเปราะบางมากที่สุดเมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น แต่แก้วที่ใช้ทำมักจะมีความหนาและแข็งแรงระดับหนึ่ง รับรองว่าไม่แตกง่ายแน่นอน

ตรวจสอบคุณสมบัติของอ่างล้างหน้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน
หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า ทำไมอ่างล้างหน้าบางแบบถึงมีรูเพิ่มขึ้นมาจากรูระบายน้ำ ซึ่งรูที่ว่านั้นก็คือ “รูระบายน้ำล้น” ที่ทำหน้าที่ในการระบายน้ำไม่ให้ล้นเกินอ่างล้างหน้าครับ โดยอ่างล้างหน้าที่มีรูระบายน้ำล้นนั้นเหมาะสำหรับการใช้งานที่มากกว่าแค่ล้างหน้าหรือล้างมือ เช่น การสระผม เป็นต้น โดยรูระบายน้ำล้นส่วนมากมักจะมีอยู่ในอ่างล้างจานด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากคุณใช้งานอ่างล้างหน้าตามปกติ ก็สามารถเลือกแบบที่ไม่มีรูระบายน้ำล้นได้เลย

นอกจากนี้ อ่างล้างหน้ายังมีอีกหนึ่งรูหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึงมาก่อน นั่นก็คือ “รูยึดก๊อกน้ำ” เพราะไม่ใช่ว่าอ่างล้างหน้าทุกแบบจะมาพร้อมกับรูยึดก๊อกน้ำ โดยรูนี้จะช่วยทำให้เราสามารถติดตั้งก๊อกน้ำเพื่อใช้งานกับอ้างล้างหน้าได้ง่ายและเป็นระเบียบขึ้นนั่นเอง

เลือกขนาดของอ่างล้างหน้าให้สอดคล้องกับพื้นที่ติดตั้ง
เนื่องจากอ่างล้างหน้ามีด้วยกันหลายขนาดและรูปทรง การตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งและขนาด รวมไปถึงรูปทรงของอ่างล้างหน้าก่อนพิจารณาเลือกซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าหากอ่างล้างหน้ามีขนาดใหญ่เกินไป อาจจะทำให้พื้นที่ใช้สอยโดยรอบถูกลดน้อยลง หรือถ้าเล็กเกินไปก็อาจจะไม่สมดุลกับพื้นที่โดยรวมและไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกนั่นเอง ดังนั้น อย่าลืมคำนึงถึงในจุดนี้ด้วยนะ

ห้องครัวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำอย่างไรดีให้กลิ่นหายไป

เบื่อไหมที่ทำอาหารแต่ละที ก็เจอปัญหา ห้องครัวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์เสียแล้ว หากเป็นกลิ่นตอนทำอยู่ก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่หากทำอะไรเสร็จหมดแล้ว แต่กลิ่นเหล่านั้นก็ยังไม่หายไป แถมยังส่งกลิ่นออกมาจากห้องครัวไปถึงห้องอื่นๆ อีกต่างหาก คงเสียบรรยากาศเอามากๆ 

วันนี้เราจึงนำบทความ ห้องครัวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำอย่างไรดีให้กลิ่นหายไป มาฝากทุกคนกัน เพื่อเป็นวิธีและแนวทางให้ทุกคนนำไปใช้ได้ หากเป็นคนที่กำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่

1. ใช้งานห้องครัวเสร็จต้องรีบทำความสะอาด อีกหนึ่งวิธีสุดง่ายและง่ายสุดนั่นก็คือ เมื่อเราใช้งานภายในห้องครัวเสร็จต้องรีบเช็ดล้างทำความสะอาด ไม่ปล่อยให้มีคราบหรือเศษขยะหมักหมม รวมไปถึงจานชามก็ต้องล้างในทันทีด้วย เตา เคาน์เตอร์ เช็ดให้สะอาดค่ะ ยิ่งหากมีคราบน้ำมันกระเด็นอย่าปล่อยไว้นาน ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำยาน้ำความสะอาดและน้ำอุ่น จากนั้นใช้ผ้าเช็ดออกได้เลย หากเราดูและเป็นประจำแบบนี้ ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ลงไปได้เยอะเลย

2. ทำความสะอาดพัดลมดูดควัน สำหรับพัดลมดูดควันแล้วเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ในห้องครัวที่เราไม่ควรมองข้าม อาจจะไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ ทำให้มีคราบสกปรก รวมไปถึงคราบน้ำมันกระเด็น ฝุ่นละออง ทางแก้ก็คือถอดออกมาทำความสะอาดค่ะ ผึ่งใบพัดให้แห้งสนิท นำมาติดตั้งเหมือนเดิม เท่านี้ก็ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องครัวรู้สึกดีขึ้นได้แล้ว

3. ฮู้ดต้องมีขาดไม่ได้ ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยอุปกรณ์ช่วยดับกลิ่นอย่างฮู้ด ควรเปิดฮู้ดเอาไว้ทุกครั้งระหว่างทำอาหาร นอกจากนี้หลังจากไม่ได้ใช้งานแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดแผ่นกรองด้วยนะคะ เท่านี้ก็ช่วยลดกลิ่นอับ กลิ่นอาหารไปได้เยอะทีเดียว

4. เพิ่มช่องระบายอากาศ ห้องครัวไทยในสมัยก่อนนั้นมักสร้างอยู่นอกตัวบ้าน นอกจากมีพื้นที่กว้างขวางแล้ว ยังโปร่งสบาย ไม่เหม็นอับ ไอเดียนี้หยิบนำเอาความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อนเข้ามาใช้ โดยออกแบบให้มีช่องหน้าต่างด้านใดด้านหนึ่งของห้องครัว เพื่อช่วยระบายกลิ่นของอาหารได้เป็นอย่างดี

5. ผักสวนครัวช่วยกำจัดกลิ่น หัวหอมพืชผักสวนครัวที่ช่วยให้เราคลายหวัดโล่งจมูกในช่วงที่ไม่สบายแล้ว ยังสามารถนำมาช่วยดูดกลิ่นภายในห้องครัวได้อีก เพียงผ่าหัวหอมออกเป็นสี่ส่วนและวางไว้กลางห้อง ก็ช่วยบรรเทากลิ่นได้แล้ว

หากคุณเป็นคนที่กำลังเจอกับปัญหา ห้องครัวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำอย่างไรดีให้กลิ่นหายไป นั้น หวังว่าวิธีที่เรานำมานั้นจะช่วยให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้