ทำความรู้จักกับ วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ 

วิหารเทพวิทยาคม ตั้งอยู่ที่วัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ที่ต้องการจะให้เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ทั้งยังเป็นสถานที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้ทั้งหมด

ความสวยงามและโดดเด่นของวิหารเทพวิทยาคม เห็นจะหนีไม่พ้นการรังสรรค์อันแสนงดงามของศิลปะแทบทุกแขนง มีลักษณะป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ อาคารทรงกลม มีทั้งหมด 4 ชั้น (ไม่รวมชั้นใต้ดิน) ซึ่งแต่ละชั้นมีความสวยงามและน่าสนใจแตกต่างกันไป รวมถึงยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกมากมาย เช่น เรื่องราวพุทธประวัติ, เรื่องราวของพระวินัยปิฎกและวิวัฒนาการของพระพุทธศาสนาหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน และเรื่องราวของพระธรรมปิฎก เป็นต้น ทั้งนี้แต่ละชั้นของวิหารเทพวิทยาคมประกอบด้วยสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

ชั้นใต้ดินของวิหารเทพวิทยาคม
ส่วนแรก ๆ คือ บริเวณโถงกลาง เรียกว่า ซุ้มของที่ระลึก เพชร 7 สี มณี 7 แสง เป็นการบูชาลูกปัดสีต่าง ๆ โดยเลือกเสี่ยงทายตามสถานะหรืออาชีพการงานของบุคคลนั้น ๆ

ส่วนที่ 2 รายล้อมโซน เพชร 7 สี มณี 7 แสง ประกอบไปด้วย เจ็ดสิ่งนำโชคในโลกใต้บาดาล อันมีความหมายมงคลตามความเชื่อจากหลากหลากประเทศในโลก ได้แก่

  1. มังกร+ลูกแก้ว : ขอพรและคำทำนาย เรื่องความมีโชคลาภ วาสนา
  2. พญานาค : ขอพรและคำทำนาย เรื่องร่ำรวยเงินทอง
  3. ปลาอานนท์ : ขอพรและคำทำนาย เรื่องสุขภาพ ความแข็งแรง มีกำลัง
  4. จระเข้ : ขอพรและคำทำนาย เรื่องการสะสมบุญ ความเมตตา เพื่อจะได้รับเมตตาจากเจ้านายและเป็นที่รัก
  5. พญาเต่า : ขอพรและคำทำนาย เรื่องอายุยืน
  6. ปลาม้าน้ำ : ขอพรและคำทำนาย เรื่องชีวิตคู่ยาวนาน สันติภาพ มิตรภาพ
  7. ปะการังแดง : ขอพรและคำทำนาย เรื่องเดินทางปลอดภัย

ชั้น 1 วิหารเทพวิทยาคม
เพดาน ภายในห้องจัดแสดงภาพพระพุทธประวัติและต้นโพธิ์อธิษฐาน แสดงถึงบารมีแห่งพระพุทธองค์ เมื่อทรงตรัสรู้แล้วแผ่ไพศาลไปทั่วจักรวาลบรรยากาศ ค่อย ๆ สูงขึ้น จนเหนือชั้นฟ้า เหนือเมฆ ไปจนอสงไขย ไม่มีที่สิ้นสุด

ชั้น 2 วิหารเทพวิทยาคม
โดยรอบนำเสนอเรื่องราวของพระวินัยปิฎก และวิวัฒนาการพระพุทธศาสนา หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน อาทิ ศีล 227 ข้อ และเรื่องราวของนิกายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตีความพระวินัยและพระธรรมคำสอนในหลากหลายแง่มุม ส่วนพื้นที่สงบเงียบตรงกลางนั้นเป็นพื้นที่โล่งให้สาธุชนได้อธิษฐานจิต เพื่อเป็นกุศลแก่ตนเอง

ส่วนห้องบริเวณเศียรช้าง เป็นห้องพระราชาผู้ทรงธรรม อันจะเนรมิตให้เป็นนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา ซึ่งท่านคือผู้นำแนวทางแห่งอริยสัจ 4 มาดำเนินเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้พ้นทุกข์ อันจะได้เห็นจากโครงการในพระราชดำริที่เกิดขึ้นมากมาย เพื่อให้ปวงชนได้พ้นจาก “ความจน” มาเป็น “ความพอ”

วิหารเทพวิทยาคม สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา ณ วัดบ้านไร่

ชั้น 3 วิหารเทพวิทยาคม
จิตรกรรมวิจิตรบนเพดานชั้น 3 เป็นใบโพธิ์มากกว่า 84,000 ใบ เพื่อสอดแทรกคำสอนเรื่องของความเพียร เรียนรู้พระธรรม และยังเป็นเครื่องเตือนใจพุทธศาสนิกชนว่า พระองค์มิได้มุ่งแต่ถ่ายทอดแก่นพระธรรมตามที่พระองค์ทรงตรัสรู้ หากแต่สั่งสอนพระธรรมตามจริตของผู้สดับธรรมนั้น ๆ ด้วย ดังนั้น พระธรรมของพระพุทธเจ้าทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์นั้นเพื่อสั่งสอนผู้คนตามจริต ซึ่งจริตของแต่ละปัจเจกนั้นมิได้เหมือนกันเป็นแบบแผนเดียวกัน การเผยแพร่พระธรรมจึงมิได้มุ่งแต่เพียงเผยแพร่แก่นด้วยวิธีเดียว แต่วิธีในการเผยแพร่ต่อ แต่ละบุคคลก็มีความสำคัญในการที่จะทำให้บุคคลนั้น ๆ เข้าใจซึ่งพระธรรมด้วย

ชั้นดาดฟ้า วิหารเทพวิทยาคม
ณ ชั้นบนสุดของหอเทพวิทยาคม ประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปหล่อหลวงพ่อคูณปิดทองคำ มองสู่เบื้องล่างเพื่อประสาทพรแก่สาธุชนชั่วกาลนาน

นอกจากนี้ บริเวณรอบ ๆ วิหารเทพวิทยาคมยังมีเทพพญาสัตว์ต่าง ๆ ให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นปริศนาธรรมให้ค้นหา เช่น พญานาค เปรียบเสมือนโอบอุ้มธรรมะของพระพุทธเจ้า สะพานพญานาคคือ ทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกธรรมะ, เทพจำแลง สุนัข 3 หัวเฝ้าประตูนรก แต่ละตัวมีชื่อว่า อนิจจัง ทุกขัง และ อนัตตา ซึ่งมีความหมายแห่งการปล่อยวาง, พญาแร้ง สะท้อนให้ระลึกถึงกิเลสที่ชอบซุกอยู่ในใจคนมากที่สุดคือ โลภะ โทสะ และช้างเอราวัณ เป็นต้น

การเดินทาง
วิหารเทพวิทยาคม ตั้งอยู่ภายในวัดบ้านไร่ สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯมาตามถนนมิตรภาพ ก่อนเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ที่หลักกิโลเมตร 237 แยกซ้ายเข้าอำเภอขามทะเลสอ บ้านหนองสรวง ตรงสู่อำเภอด่านขุนทด ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ถึงโรงพยาบาลด่านขุนทดให้เส้นทางหลวงหมายเลข 2217 เป็นระยะทางอีก 11 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดบ้านไร่ 

ทำความรู้จักกับ ภูเขา แม่น้ำ จังหวัด ที่เป็นอันดับสองในญี่ปุ่น

หากถ้าให้พูดถึงภูเขาที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นไม่ว่าใครก็คงตอบว่าคือ ภูเขาไฟฟูจิ โดยไม่ลังเล แต่ถ้าให้นึกในอันดับสองล่ะ จะเป็นภูเขาที่ไหนกัน ถ้าหากไม่ใช่ฟูจิ วันนี้เราจึงจะพามาทำความรู้จักกับภูเขาอันดับสองในญี่ปุ่นกัน

ภูเขาที่สูงเป็นอันดับสองในญี่ปุ่น

ภูเขาที่สูงเป็นอันดับสองคือภูเขา ‘คิตาดาเกะ’ ที่อยู่จังหวัดยามานาชิมีความสูงอยู่ที่ 3,193.2 เมตร

ภูเขาคิตาดาเกะตั้งอยู่ทางเหนือของเทือกเขา ‘อาไคชิ’ หรือเรียกว่า (Akaishisanmyaku / Minami-Alps) ซึ่งเลาะเลียบจังหวัดยามานาชิ นากาโนะ และชิซูโอกะ หากคุณได้ขึ้นไปปีนภูเขาคิตาดาเกะแล้วสภาพอากาศเป็นใจล่ะก็ คุณสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิเหมือนดั่งเกาะเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในทะเลหมอกได้เลย

แม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองในญี่ปุ่น
แม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสอง ‘แม่น้ำโทเนะ’ หรืออีกชื่อ ‘แม่น้ำจอมเกรี้ยวกราด’ เพราะทุกครั้งที่ฝนตกทีไรน้ำท่วมหนักทุกที

แม่น้ำโทเนะอยู่ที่ อำเภอโทเนะ จังหวัดกุนมะ มีต้นน้ำอยู่ที่ยอดเขาโอมินาคามิที่มีความสูง 1,840 เมตร (ยอดเขาโอมินาคามิเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขามิคุนิ) แม่น้ำนี้ได้ไหลผ่านจังหวัดกุนมะ ไซตามะ อิบารากิ และชิบะ ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความยาวทั้งสิ้น 322 กิโลเมตร หากคุณจินตนาการไม่ออกให้ลองเปรียบเทียบกับระยะทางจากจังหวัดตราดไปนครนายก คุณก็จะเข้าใจได้เลยว่าแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตามถึงแม้แม่น้ำโทเนะจะเป็นอันดับสอง แต่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำนั้นมีขนาดถึง 16,840 ตารางกิโลเมตรซึ่งใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเลยนะคะ!

จังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในญี่ปุ่น

จังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในญี่ปุ่นจังหวัดอิวาเตะ’ พื้นที่ของจังหวัดอิวาเตะคือ 15,275.01 ตารางกิโลเมตร แต่อย่างไรก็ตามหากนำจังหวัดอิวาเตะซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองไปเทียบกับจังหวัดฮอกไกโดที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งล่ะ คงเหมือนเอาจังหวัดอิวาเตะมารวมกัน 5 จังหวัดเลย

คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้จักอันดับสองในญี่ปุ่น แต่หลังจากที่รู้จักแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้แบบนี้แล้วก็อยากลองไปสัมผัสสักครั้งเลยใช่ไหม หากเป็นไปได้ลองไปปีนภูเขาคิตาดาเกะดูสักครั้งรับรองว่าโหดจนภูเขาไฟฟูจิอันดับหนึ่งยังต้องชิดซ้าย แถมในจังหวัดอิวาเตะ และกุนมะ (ที่มีแม่น้ำโทเนะ) ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายอีกด้วย รู้แบบนี้พลาดไม่ได้แล้ว

5 สถานที่ท่องเที่ยวในกาญจนบุรี คนชอบเช็คอินพลาดไม่ได้

     ในจังหวัดกาญจนบุรีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ให้เราได้ไปเที่ยวไปชม แต่หากจะไปทุกที่ภายในวันเดียวก็อาจะเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นการเลือกหาสถานที่ท่องเที่ยวก่อนที่จะไป จึงถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะเราต้องวางแพลนว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร กี่โมง การหาสถานที่เตรียมพร้อมไว้ จะทำให้เราไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น วันนี้เราจึงนำสถานที่ท่องเที่ยวในกาญจนบุรี 

1. บานาน่าฟาร์ม

     ร้านอาหารสุดชิล ท่ามกลางสวนกล้วย ที่มีชื่อว่า บานาน่าฟาร์ม ซึ่งสถานที่แห่งนี้นอกจากจะให้ความอิ่มอร่อยจากอาหารและเครื่องดื่มในราคาไม่แพงแล้ว ยังให้เราได้อิ่มเอมกับบรรยากาศที่นั่งแบบกระท่อมริมร่องน้ำท่ามกลางสวนกล้วยแสนร่มรื่น พิเศษสุด คือ สะพานบนยอดกล้วยประดับด้วยร่มหลากสี เมื่อมองลงมาเห็นวิวร่องน้ำและสวนกล้วยได้จากมุมสูงสวยงามมาก

2. U&ME Cafe

      คาเฟ่  U&ME Cafe กาญจนบุรี แห่งนี้โด่งดังด้วยบรรยากาศของทุ่งปอเทืองท่ามกลางทางเดินไม่ไผ้ แต่ตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนใหม่เป็นคาเฟ่รังนกสไตล์บาหลีแห่งแรกในเมืองไทย ที่มีมุมเป็นทางเดินไม้ไผ่ และมีรังนกแบบต่างๆ ถึง 6 แบบ เหมาะมากสำหรับสาวๆ ที่ต้องการมาถ่ายรูปเพื่อเปลี่ยนโปรไฟล์ หรือถ่ายภาพสวยๆเพื่ออวดเพื่อนในโซเชี่ยว 

3. สวนสัตว์เปิดกาญจนบุรี

      สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี นั้นเป็นสวนสัตว์เปิด ที่ให้ความแตกต่างในการเที่ยวสวนสัตว์ออกไป เพราะปกติแล้วนั้นเวลาเราไปสวนสัตว์ที่อื่น เราก็จะเดินหรือนั่งชมสัตว์แต่ละชนิดที่อยู่ในกรงขัง แต่ถ้ามาเที่ยวที่ สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี นั้นจะให้ความรู้สึกอีกแบบเลย คือ เราจะได้ใกล้ชิดสัตว์มากที่สุด ไม่ว่าจะในโซนเสือ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ จุดเด่นคือ ยีราฟสามารถยื่นหัวเข้ามากินอาหารในรถได้ ให้ได้ถ่ายภาพแบบใกล้ชิด มีความสนุกและตื่นเต้น ร้องกรี๊ด กันทั้งคันรถ นอกจากนี้ยังมีทัวร์ยีราฟแบบ private ที่ให้บริการรถส่วนตัวนำเที่ยว สามารถใกล้ชิดยีราฟและม้าลายได้มากขึ้นอีกด้วย รับรองว่าได้ภาพประทับใจกลับบ้านไปแน่นอน

4. บ้านอีต่อง

     เป็นหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขาแห่ง ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เมืองแห่งเหมืองแร่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต หลังจากตำนานอันรุ่งโรจน์ได้ปิดตัวลง คงไว้ซึ่งหมู่บ้านท่องเที่ยวยอดฮิต ที่เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ เหมือนมีมนต์สะกดให้นักท่องเที่ยวผู้โหยหาธรรมชาติ เดินทางเข้ามาสัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์ ยิ่งในช่วงฤดูฝนจะได้พบกับภาพไอหมอกปกคลุมทั้งหมู่บ้าน กลายเป็นภาพที่โรแมนติกงดงามมาก  

5. Ravi Vira (ราวิ วิร่า) กาญจนบุรี 

     คาเฟ่เรือนกระจก Ravi Vira (ราวิ วิร่า) กาญจนบุรี ที่ตกแต่งสไตล์ยุโรปวินเทจ ท่ามกลางสวนสไตล์อังกฤษที่เขียวสดชื่นสบายตา ด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิดที่ขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ ภายในร้านตกแต่งหรูหรา ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งเล่นในบ้าน มีมุมจุกจิกน่ารักให้ถ่ายรูปเยอะมาก ในส่วนของอาหารมีทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และสารพัดเครื่องดื่ม