รีวิวหนัง Luca มิตรภาพวัยเด็ก

Luca มิตรภาพวัยเด็ก ผลงานการดูแลของ เอนริหรูหรา ติดอยู่ซาโรซา บอกเล่าเรื่องราวของลูก้า อสูรกายลักษณะซึ่งคล้ายนางเงือก อาศัยอยู่ใต้แผ่นน้ำของเมืองชายฝั่งทะเลปอร์โตคอยสโซ ในประเทศอิตาลี 

เรื่องราวของ Luca มิตรภาพวัยเด็ก

เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบๆชายฝั่งทะเลของประเทศอิตาลี ตรงนั้นได้มีหนุ่มน้อยที่ชื่อ ลูก้า อาศัยอยู่ แม้กระนั้นเขามิได้อาศัยอยู่ในเมืองปกติ แต่จำเป็นต้องหลบๆแอบซ่อนๆอยู่ในแผ่นน้ำ ใช่แล้ว…เพราะว่าเขาเป็นอสุรีสมุทรที่ประชาชนต่างกลัวมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูก้า ที่ช่างสงสัยได้บังเอิญไปพบกับ อัลเบอร์โต้ เพื่อนพ้องยักษ์สมุทรที่ดำรงชีวิตแบบครึ่งบกครึ่งน้ำ 

ทำให้เขาใฝ่รู้ต้องการจะรู้จักกับโลกมนุษย์ด้านบน ก็เลยแปลงเป็นจุดกำเนิดของมิตรภาพแล้วก็การเสี่ยงภัยของ 2 ยักษ์สมุทรที่ซ่อนตัวเป็นมนุษย์ เขาถูกป้อนความนึกคิดฝังหัวตลอดมาว่ามนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้มนุษยธรรม รวมทั้งล่าสัตว์น้ำอย่างคลั่ง ทำให้ลูก้าไม่กล้าที่จะโผล่ขึ้นไปยังผิวน้ำ 

แต่ว่าด้วยความต้องการอยากจะรู้ตามประสาวัยรุ่นเขาก็เลยทดลองไปยังแผ่นน้ำรวมทั้งได้เจอกับอัลเบอร์โต้ ตัวประหลาดชนิดเดียวกันกับเขาที่ดำรงชีวิตอยู่บนบก ในร่างของผู้คน ทำให้ลูก้าพบว่า ตัวเองก็สามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้สิ่งเดียวกัน เขาก็เลยต้องการจะไปทำความเข้าใจวิถีชีวิตบนผิวน้ำ

เมื่อที่บ้านของลูก้าศึกษาค้นพบข้อเท็จจริงว่าลูกชายของตนหนีขึ้นผิวน้ำ ทำให้เขาจะโดนจับส่งตัวไปอยู่กับคุณลุงในสมุทรลึก เมื่อมองเห็นแบบนั้นแล้วลูก้าก็เลยตกลงใจหนีออกมาจากบ้านและก็ไปอยู่กับอัลเบอร์โต้เพื่อศึกษาวิถีชีวิตชนิดเดียวกันกับเขา จนกว่าทั้งคู่คนได้เจอกับจูเลีย บุตรสาวของชาวตังเกที่มีเป้าหมายสำหรับเพื่อการร่วมแข่งสามกีฬา เพื่อชิงเงินรางวัลก้อนโต มิตรภาพของเด็กอีกทั้งสามคนก็เลยเริ่มก่อตัวขึ้น

Luca ค่อนข้างจะเป็นแอนิเมชั่นพิกซาร์ที่จัดอยู่ในหมู่มองง่าย หัวข้อไม่ยิ่งนักนัก เมื่อเทียบกับงานสมัยข้างหลังเช่น Soul หรือ Inside Out ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่แล้วก็กล่าวถึงการสิ้นไปอะไรบางอย่างในช่วงชีวิตของผู้คนไป ในตอนที่ Luca เป็นการทำความเข้าใจที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ (Coming of age) 

ในเวอร์ชั่นสูตรสำเร็จ พร้อมยังแทรกสอดกลิ่นของความเป็น LGBTQ เข้ามาสำหรับความเกี่ยวเนื่องของลูก้าแล้วก็อัลเบอร์โต้ แม้ว่าจะมิได้กลิ่นฉุนเท่าไรนัก แม้กระนั้นพวกเราก็สัมผัสได้ถึงหัวข้อ การเล่าเรียนที่จะเห็นด้วยในความต่างของตนเอง แล้วก็กระทำตามความฝันโดยไม่มีข้อแย้ง

โชคร้ายที่ Luca บางครั้งก็อาจจะเป็น “งานพัก”ราวกับพวกเราไปนั่งชิวอยู่ที่เมืองชายทะเล บรรยากาศชักชวนคลุ้งฝันในเรื่อง ก็เลยมิได้นำพาข้อความสำคัญอะไรก็ตามไปสู่โหมดของความเอาจริงเอาจัง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมิได้รับการเน้นย้ำ ถูกพรีเซ็นท์แบบพอเพียงผ่านมารวมทั้งผ่านไป 

ฉะนั้นก็เลยไม่น่าสนเท่ห์ใจนักที่พวกเราดูแล้วจะรู้สึกกับหนัง “น้อย” กว่างานเก่าๆของพิกซาร์ที่เน้นย้ำการชักจูงห้วงอารมณ์ให้ดำตรง ไม่ว่าจะโศกสลดหรือสุขก็ไปสุดทาง Luca ก็เลยเป็นงานที่สอบได้เส้นกฎเกณฑ์วัดมาตรฐานของพิกซาร์ ซึ่งธรรมดาตีเส้นเอาไว้สูงลิบลิ่วอยู่เป็นประจำๆอย่างเฉียดฉิว

รีวิวหนัง Too Hot to Handle: Brazil