รีวิวหนัง The Butterfly Effect (2004)

The Butterfly Effect (2004)

The Butterfly Effect (2004) ผลงานการดูแลของอีริค เบรสรวมทั้งเจ แมคกี้ย์ กรูเบอร์นับว่าเป็นหนังที่ไปถึงเป้าหมายทั้งโลก ท่ามกลางคำติชมในทางลบ ซึ่งโดยมากจะจู่โจมไปยังดารานำอย่าง แอชตัน ลุกชเชอร์ที่โดนตำหนิว่าเขาเป็นตัวเลือกที่บกพร่อง

สำหรับหนังหัวข้อนี้ แม้กระนั้นในช่วงนั้นก็อาจจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้อยู่ดีว่าแอชตันนั้นเป็นดาราหนังดาวรุ่งที่สื่อแท็บลอยด์อเมริกามีความสนใจมากยิ่งกว่าความชำนาญการแสดงของเขา

จุดเริ่มต้นของเรื่อง The Butterfly Effect 

จริงๆแล้วหน้าที่อีวาน นับว่าเป็นบทที่สอดคล้องกับบุคลิกลักษณะของแอชตัน ที่มิได้อยากความหลักแหลมจริงๆ ที่มีท่าทางของเด็กหนุ่มขี้แพ้ที่มองหดหู่ในชีวิต แม้ว่าจะมีทางชีวิตที่ดียิ่งกว่าแต่ว่าเขาก็จะนำพาตนเองไปสู่จุดที่ไม่ดีอยู่เป็นประจำๆ

ซึ่งเมื่อพวกเราทดลองย้อนกลับไปพินิจพิจารณานักแสดงอย่างอีวานและก็ผองเพื่อนพ้องที่เขาเลือกคบนั้น จะพบว่าบรรดาผู้แสดงดำเนินเรื่องทั้งสิ้น เช่นเคย์ลีห์ (เอมี่ สมาร์ท) เลนนี่ (เอลเดน เฮนสัน) และก็ ทอมมี่ (วิลเลี่ยม ลี สก็อตต์)

 ล้วนแต่เป็นเยาวชนที่เติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่สบาย เช่นบ้านของเคย์ลีห์แล้วก็ทอมมี่ มีบิดาที่ถูกใจจับลูกมาใช้ความรุนแรงทางเพศ บ้านของเลนนี่ตามใจลูกรวมทั้งทำให้เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนอีวานมีลักษณะอาการวูบและไม่สามารถจำเรื่องราววิกฤตในชีวิตอยู่บ่อยมาก ประกอบกับแม่ของเขาที่จะต้องทำแต่งานเพื่อหารายได้มาอุปถัมภ์ค้ำชู ก็เลยไม่ว่างให้ความอบอุ่นกับลูกชายสักเท่าไหร่

เมื่ออีวานเติบโตขึ้น มีชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่ไปได้ดี เมื่อเขาเดินทางกลับมายังถิ่นกำเนิดเพื่อเจอกับเคย์ลีห์ รักหนแรกของเขา อีวานไม่รู้เรื่องเลยว่าการมาคุณนั้นจะเป็นชนวนที่ทำให้เคย์ลีห์ตกลงใจฆ่าตัวตายเพื่อหนีความทุกข์ทรมาน ไม่นานอีวานศึกษาค้นพบว่าสมุดบันทึกที่เขาชอบเขียนบันทึกขณะที่สำคัญต่างๆในชีวิต สามารถมีอิสรภาพม์แมชชีนที่ทำให้เขาเดินทางย้อนเวลากลับไปปรับแต่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วได้

 โดยที่เขาไม่ทราบเลยว่าเมื่อเขาเปลี่ยนสิ่งหนึ่งในช่วงเวลา อนาคตทั้งหมดทั้งปวงจะกลับกัน จากหน้ามือเป็นหลังมือโดยทันที แล้วก็ในทุกความมั่นหมายที่อีวานปรารถนา ชอบจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยความเจ็บของใครบางคนในวงจรชีวิตของเขา

ความเพลิดเพลินของ The Butterfly Effect เป็นการที่ผู้ชมจะได้เฝ้าดูโอกาสต่างๆที่อีวานมุ่งมาดปรารถนา แต่ว่าในครั้งใดก็ตามเขาตกลงใจปรับปรุงแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆเมื่อพวกเราดูให้ก็ดีแล้ว พวกเราจะพบว่า “กรรมวิธี” ที่เขาเลือกใช้ ล้วนแต่เป็นความร้ายแรงที่สร้างรอยแผลให้กับผู้อื่นรอบข้างไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมอยู่เสมอเวลา จนกระทั่งช่องทางในที่สุดที่เขาตกลงใจในตอนสุดท้ายด้วยก็ตาม 

ซึ่งอีวานบางทีก็อาจจะดูแล้วว่านั่นเป็นแนวทางที่ “เจ็บ” ต่ำที่สุดกับทุกคนก็เป็นไปได้ การที่มนุษย์เราไม่อาจจะย้อนเวลากลับไปปรับแก้ในสิ่งที่บกพร่องไปแล้วได้นี่เองที่ทำให้มนุษย์เราเท่าเทียมกันสำหรับในการทำสิ่งต่างๆในทุกๆวันให้ละเอียด รวมทั้งมีคนสองกรุ๊ปได้ประโยชน์ ถ้าหากเขาทำความเข้าใจจากอดีตกาลที่บกพร่อง ผลดีที่เขาได้ก็คือ เขาจะเป็นผู้ที่มีความสุขุมถ้วนถี่แล้วก็ทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำในปัจจุบันบกพร่องลดน้อยลง

รีวิวหนัง ELITE SS4 ยังแรงดีไม่มีตก

 

รีวิวหนัง Luca มิตรภาพวัยเด็ก

Luca

Luca มิตรภาพวัยเด็ก ผลงานการดูแลของ เอนริหรูหรา ติดอยู่ซาโรซา บอกเล่าเรื่องราวของลูก้า อสูรกายลักษณะซึ่งคล้ายนางเงือก อาศัยอยู่ใต้แผ่นน้ำของเมืองชายฝั่งทะเลปอร์โตคอยสโซ ในประเทศอิตาลี 

เรื่องราวของ Luca มิตรภาพวัยเด็ก

เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบๆชายฝั่งทะเลของประเทศอิตาลี ตรงนั้นได้มีหนุ่มน้อยที่ชื่อ ลูก้า อาศัยอยู่ แม้กระนั้นเขามิได้อาศัยอยู่ในเมืองปกติ แต่จำเป็นต้องหลบๆแอบซ่อนๆอยู่ในแผ่นน้ำ ใช่แล้ว…เพราะว่าเขาเป็นอสุรีสมุทรที่ประชาชนต่างกลัวมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูก้า ที่ช่างสงสัยได้บังเอิญไปพบกับ อัลเบอร์โต้ เพื่อนพ้องยักษ์สมุทรที่ดำรงชีวิตแบบครึ่งบกครึ่งน้ำ 

ทำให้เขาใฝ่รู้ต้องการจะรู้จักกับโลกมนุษย์ด้านบน ก็เลยแปลงเป็นจุดกำเนิดของมิตรภาพแล้วก็การเสี่ยงภัยของ 2 ยักษ์สมุทรที่ซ่อนตัวเป็นมนุษย์ เขาถูกป้อนความนึกคิดฝังหัวตลอดมาว่ามนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้มนุษยธรรม รวมทั้งล่าสัตว์น้ำอย่างคลั่ง ทำให้ลูก้าไม่กล้าที่จะโผล่ขึ้นไปยังผิวน้ำ 

แต่ว่าด้วยความต้องการอยากจะรู้ตามประสาวัยรุ่นเขาก็เลยทดลองไปยังแผ่นน้ำรวมทั้งได้เจอกับอัลเบอร์โต้ ตัวประหลาดชนิดเดียวกันกับเขาที่ดำรงชีวิตอยู่บนบก ในร่างของผู้คน ทำให้ลูก้าพบว่า ตัวเองก็สามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้สิ่งเดียวกัน เขาก็เลยต้องการจะไปทำความเข้าใจวิถีชีวิตบนผิวน้ำ

เมื่อที่บ้านของลูก้าศึกษาค้นพบข้อเท็จจริงว่าลูกชายของตนหนีขึ้นผิวน้ำ ทำให้เขาจะโดนจับส่งตัวไปอยู่กับคุณลุงในสมุทรลึก เมื่อมองเห็นแบบนั้นแล้วลูก้าก็เลยตกลงใจหนีออกมาจากบ้านและก็ไปอยู่กับอัลเบอร์โต้เพื่อศึกษาวิถีชีวิตชนิดเดียวกันกับเขา จนกว่าทั้งคู่คนได้เจอกับจูเลีย บุตรสาวของชาวตังเกที่มีเป้าหมายสำหรับเพื่อการร่วมแข่งสามกีฬา เพื่อชิงเงินรางวัลก้อนโต มิตรภาพของเด็กอีกทั้งสามคนก็เลยเริ่มก่อตัวขึ้น

Luca ค่อนข้างจะเป็นแอนิเมชั่นพิกซาร์ที่จัดอยู่ในหมู่มองง่าย หัวข้อไม่ยิ่งนักนัก เมื่อเทียบกับงานสมัยข้างหลังเช่น Soul หรือ Inside Out ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่แล้วก็กล่าวถึงการสิ้นไปอะไรบางอย่างในช่วงชีวิตของผู้คนไป ในตอนที่ Luca เป็นการทำความเข้าใจที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ (Coming of age) 

ในเวอร์ชั่นสูตรสำเร็จ พร้อมยังแทรกสอดกลิ่นของความเป็น LGBTQ เข้ามาสำหรับความเกี่ยวเนื่องของลูก้าแล้วก็อัลเบอร์โต้ แม้ว่าจะมิได้กลิ่นฉุนเท่าไรนัก แม้กระนั้นพวกเราก็สัมผัสได้ถึงหัวข้อ การเล่าเรียนที่จะเห็นด้วยในความต่างของตนเอง แล้วก็กระทำตามความฝันโดยไม่มีข้อแย้ง

โชคร้ายที่ Luca บางครั้งก็อาจจะเป็น “งานพัก”ราวกับพวกเราไปนั่งชิวอยู่ที่เมืองชายทะเล บรรยากาศชักชวนคลุ้งฝันในเรื่อง ก็เลยมิได้นำพาข้อความสำคัญอะไรก็ตามไปสู่โหมดของความเอาจริงเอาจัง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมิได้รับการเน้นย้ำ ถูกพรีเซ็นท์แบบพอเพียงผ่านมารวมทั้งผ่านไป 

ฉะนั้นก็เลยไม่น่าสนเท่ห์ใจนักที่พวกเราดูแล้วจะรู้สึกกับหนัง “น้อย” กว่างานเก่าๆของพิกซาร์ที่เน้นย้ำการชักจูงห้วงอารมณ์ให้ดำตรง ไม่ว่าจะโศกสลดหรือสุขก็ไปสุดทาง Luca ก็เลยเป็นงานที่สอบได้เส้นกฎเกณฑ์วัดมาตรฐานของพิกซาร์ ซึ่งธรรมดาตีเส้นเอาไว้สูงลิบลิ่วอยู่เป็นประจำๆอย่างเฉียดฉิว

รีวิวหนัง Too Hot to Handle: Brazil

 

รีวิวหนังPassengers การเดินทางครั้งสุดท้าย

รีวิวหนังPassengers ช่วงไม่กี่ปีมานี้มีการพูดถึงเดินทางไปต่างดาว เรามักจะได้เห็นจากในหนังต่าง ๆ อาจจะกลายเป็นความจริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลังจากที่อีลอน มัสก์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทอย่างสเปซเอ็กซ์ ธุรกิจการขนส่งเดินทางไปยังอวกาศที่มีโครงการจะพามนุษย์เดินทางจากดาวโลกไปยังดาวอังคาร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่เกิน 6 ปีข้างหน้า

โดยเริ่มมีการทดลองเดินทางไปยังขอบอวกาศเป็นครั้งแรก ด้วยการพาผู้โดยสารเดินทางจากพื้นโลกขึ้นไปยังนอกโลก โดยใช้เวลาตลอดการเดินทางเพียงไม่เกิน 2 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวแรกที่ไปยังดาวดวงอื่น เพราะในตอนนี้มีสาเหตุมาจากมลภาวะของดาวโลกที่เพิ่มมากขึ้นจนมนุษย์ไม่อาจจะใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เมื่อคนจนต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยาก ในขณะที่บรรดาคนรวยสามารถออกไปใช้ชีวิตแบบสุขสบายบนกระสวยอวกาศที่มีสภาพเป็นเมืองลอยฟ้า

ฉากสำคัญของการ รีวิวหนังPassengers

จากกาการที่ตัวละครพระเอกอย่างจิม ขึ้นกระสวยแคปซูลเพื่อไปยังดาวดวงใหม่ แต่กล่องจำศีลของเค้าผิดปกติทำให้จำศีลเกิดผิดพลาด ทำให้เขาตื่นขึ้นก่อนกำหนดเวลาไวถึง 90 ปี ยังไม่พอแถมกระบวนการตื่นครั้งนี้ ไม่สามารถทำให้เขากลับไปหลับได้อีก นั่นหมายความว่าเขาอาจจะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่บนยานอวกาศสตาร์ชิป อวาลอน เพียงคนเดียว แม้ว่าความหรูหรามีลักษณะเหมือนอยู่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่พัก ร้านอาหาร สระว่ายน้ำ ฟาซิลิตี้ต่างๆมากมาย แต่จิม เพรสตัน รู้โดดเดี่ยวแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย 

แต่ลึกๆแล้วเขาก็แค่อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนมนุษย์คนอื่นบ้างเท่านั้นเอง สิ่งที่จิม เพรสตันทำคือปลุกออโรร่า ผู้หญิงที่เขาชอบขึ้นมาเพื่อให้ใช้ชีวิตไปด้วยกัน ออโรร่าที่เดินทางครั้งนี้เพราะเธออยากไปจดบึกทึกและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากดาวอื่นและกลับไปเขียนเผยแพร่ แต่การเดินทางกลับมายังดาวโลกใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปกลับนั้นกินเวลาถึง 120 ปีด้วยกัน นั่นหมายความว่าออโรร่าจะต้องบอกลาคนรู้จักบนโลก เพราะกว่าเธอจะตื่นขึ้นที่ดาวดวงใหม่ คนที่เธอเคยรู้จักก็คงตายกันหมดแล้ว 

ออโรร่ารู้สึกโกรธ และไม่อยากคุยกับจิมอีก เพราะว่าสิ่งที่จิมทำ เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และแน่นอนว่ามันเป็นการทำให้ชีวิตของคนอื่นพังไปหมด ไร้ข้อแก้ตัวใดๆ แต่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่งเราจะพบว่า แท้ที่จริงแล้วคนอย่างออโรร่าที่น่าจะมีจิตวิญญาณของคนรักอิสรเสรี เธอต้องการที่จะบันทึกความทรงจำครั้งใหม่ ณ อาณานิคมแห่งใหม่ ออกไปเผชิญโลกกว้าง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้เมื่อหนังดำเนินไปสู่จุดไคลแม็กซ์ที่ยานสตาร์ชิป

 อวาลอนกำลังอยู่ในสภาวะวิกฤติและอาจจะระเบิดพังพินาศไปในอวกาศโดยไม่ไปถึงจุดหมาย จึงตัดสินใจร่วมมือกับจิม ในการกู้ยานจึงกลายเป็นความจำเป็นที่ทำให้ทั้งสองกลับมาประสานรอยร้าวกันอีกครั้ง และเพื่อที่ทั้งสองคนจะได้มีชีวิตต่อไป อย่างน้อยก็บนยานลำนี้ เพื่อได้ใช้ชีวิตที่พวกเขายังเหลืออยู่

รีวิวหนัง Fear Street 1666

 

รีวิวหนัง Fear Street 1666

รีวิวหนัง Fear Street 1666

รีวิวหนัง Fear Street 1666 เป็นหนังสยองขวัญ เกี่ยวกับเรื่องตำนานสยองขวัญในเมืองเล็ก ๆ ที่นำมาสร้างขึ้นเป็นหนังแม่มด การสังหารหมู่ของเหล่าแม่มด ให้พวกเราได้ดูเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงไปอ่านพร้อม ๆ กันเลย

รีวิวหนัง Fear Street 1666 ต้นเรื่อง

เมื่อดีน่าได้รับรู้เรื่องราวในอดีตกาล เธอกลับต้องมาเจอข้อเท็จจริงที่น่ากลัวเกี่ยวกับพื้นที่ ก่อนจะปรับปรุงมาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นค่ายหน้าร้อนในปี 1978 หรือ เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่ทำธุรกิจอย่างห้างในปี 1994 อันที่จริงแล้วอาณานิคมที่เป็นจุดเริ่มของความชั่วช้าเลวร้ายทั้งหมดทั้งปวง ไม่ใช่แค่เพียงแค่มนตร์ดำและก็คำแช่งเพียงเท่านั้น 

แต่ว่ามันมีพัฒนามาจากแนวความคิดของคนภายในนิคมที่เลือกจะจัดการกับผู้ที่มีความประพฤติหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับคนอื่น ด้วยการใส่ร้ายป้ายสีว่าพวกคนเหล่านั้นเป็นแม่มด จะมองเห็นได้ว่านักแสดงอย่างซาร่า เฟียรซ์เอง ได้เจอรักกับหญิงสาวในอาณานิคม แต่ว่าความรู้สึกเป็นเรื่องต้องห้ามในตอนนั้น ประกอบกับแนวความคิดสังคมชายยิ่งใหญ่ในสังคม ความร้ายแรง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาด้วยการปิดปาก

 ผู้ที่มองเห็นต่างด้วยการลงโทษด้วยความตาย ก็เลยเปลี่ยนเป็นการบีบบังคับ สตรีและก็เพศไม่ปกติให้จำต้องยอมแพ้ต่อแนวความคิดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยการเอาตำนานคำแช่งร้ายและก็แม่มดมาเป็นเพียงแต่ข้อสรุปสำหรับในการกุมอำนาจ

รีวิวหนัง Fear Street 1666 ตอนสำคัญ

เมื่อหนุ่มอย่างโซโลมอน กู๊ด (แอชเลย์ ซัคเกอร์แมน) ที่ดูเหมือนกับว่าเป็นคนดี มีเหตุมีผลแล้วก็ฉลาดยอมรับฟังข้อคิดเห็นของคนภายในอาณานิคม ตามที่จริงแล้วเขากลับคิดการณ์ใหญ่แล้วก็ใช้อิทธิพลมืดที่มองไม่เห็นฉกฉวยผลประโยชน์เข้าตัว และก็ปัดความผิดไปให้แพะรับบาปอย่างซาร่า เฟียรซ์ (อลิซาเบธ สวัวเพล) รับเคราะห์บาปไปแทน

 เธอจึงโดนโทษแขวนคอ ก่อนที่จะตายไป เธอกลับพูดก่อนที่จะตายไว้ว่า ถึงแม้ความเป็นจริงจะยังไม่ได้ปรากฏวันนี้ วันพรุ่งนี้ แต่ว่าวันหนึ่งสิ่งที่คุณทำจะถูกชดใช้อย่างสาสมแน่นอน ความเลวร้ายที่เกิดในเมืองเมืองเซดี้ไซด์นั้นมีที่มาจากกแม่มดร้าย แต่ว่าเมื่อความเป็นจริงที่ปรากฏขึ้นเปลี่ยนไปว่าคนที่อยู่เบื้องหลัง 

ที่ได้สืบต่ออำนาจมืดมากมายเลยทีเดียว และก็อำพรางตัวเองภายใต้การใช้นิยามว่าเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่  ผู้กล้า ผู้รักษาสังคมไว้มากมาย จนถึงมาถึงนายอำเภอ รวมทั้งครอบตนเองด้วยคำว่า คนดี มาหลายช่วง ทำให้ไม่มีใครคิด หรือจะตรวจหรือจับผิดคนดีกลุ่มนี้ไปว่าตกลงแล้วเบื้องหลังเบื้องหน้าเบื้องหลังของพวกเขานั้นเริ่มมาจากการโยนความผิดให้ใครซักคนด้วยความตายกับมลทินในลักษณะของเรื่องเล่า ตำนาน มาหลายช่วงใช้เวลากว่า 300 ปี

สามภาค Fear Street ก็เลยไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญที่น่ากลัว  แต่ว่ามีการยกสาระสำคัญของทางด้านนั้นสังคมซ่อนอยู่เสมอทุกภาคอย่างแนบเนียน กลมกลืน และก็นำพาคนดูย้อนกลับไปมองสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาทั้งหมดทั้งปวงว่า คำสาปแช่ง มันน่าสยองก็เนื่องจากว่ามี คน ปรุงแต่งและสร้างความหวาดกลัวพวกนั้น ให้เปลี่ยนเป็นแนวความคิดที่ตกทอดกันมาโดยที่คนภายในสังคมดูดซึมมัน จนมองว่ากลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

รีวิวหนังPromising Young Woman

 

รีวิวหนังPromising Young Woman

รีวิวหนังPromising Young Woman

รีวิวหนังPromising Young Woman ไม่ใช่หนังหญิงตามทวงแค้น ไล่ฆ่าเพื่อความสะใจหรืออะไรทำนองนั้นแต่ว่าเป็นการแก้แค้นแบบเผ็ดแบบแสบ ๆคัน ๆ แล้วก็เซอร์ไพรส์ใช่เล่น

เนื้อเรื่องเริ่มต้นของหนัง

เริ่มเรื่องด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของอดีตนักเรียนแพทย์ที่ตอนนี้ปฏิบัติงานเป็นพนักงานในร้านขายกาแฟธรรมดา แต่ว่ายามค่ำคืนตอนสุดสัปดาห์ เธอก็ออกไปแกล้งทำเป็นเมาเผื่อล่อลวงผู้ชายที่ไม่หวังดีกับเธอมาอบรมให้สำนึก พร้อมด้วยคิดแผนล้างแค้นเพื่อนร่วมรุ่นที่เคยฝากผูกปมทำร้ายเธอไว้ในอดีตเอาไว้

จากแบบอย่างและก็เรื่องย่อพาให้คิดไปว่านี่ควรเป็นหนังทวงแค้นไล่ฆ่า ไล่ฟันกันเลือดสาด หรือมีคนตายอะไรแบบนั้นมันเป็นหนังทวงแค้นก็จริง แต่พอดูไปสักครู่หนึ่งไม่ถึงครึ่งเรื่องก็รู้ว่าไม่ใช่หนังแบบนั้น หนังมันทรยศพวกเราด้วยการใส่สัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่นซอสเปรอะเสื้อ หรือการขีดนับแต้มของนางเอกในสมุด ก็ล้วนทำให้รู้สึกว่าผู้ชายที่โดนนางเอกชักจูงมาจำเป็นต้องโดนฆ่าแน่นอน แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะว่าสิ่งที่เธอทำเพียงแค่การด่าทอ ๆ 

แค่นั้น มันเลยทำให้มีความรู้สึกว่าเป็นหนังตลก ๆ รวมทั้งจะปูให้เสมือนนางเอกชั่วร้ายเพื่ออะไรกันนะ มันไม่ได้มีฉากไล่ฆ่าผู้ชายจับมาทรมานให้สาสมอะไรอย่างงั้นเลย ย้ำอีกทีว่าความจริงซึ่งมันไม่ใช่หนังทวงแค้นอย่างงั้น ในด้านการชำระแค้นบุคคลเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตก็ไม่ใช่การไปไล่ฆ่าด้วยเหมือนกัน แต่ว่ามันเป็นการชำระแค้นแบบมีกลเม็ดเด็ดหน่อยๆ เนื่องจากว่าหนังมันเป็นแบบนั้นมันก็เลยยังเป็นการชำระแค้นที่ไม่สาแก่ใจ มันออกจะปกติและก็มองดูจืด ๆไปเสียด้วยซ้ำ ไม่สมกับเรื่องราวในสมัยก่อนที่ชั่วร้ายตามคำกล่าวอ้างของนางเอกสักเท่าไหร่

สรุปการ รีวิวหนังPromising 

หนังมีตอนจบที่ไม่คาดคิด เซอร์ไพรส์จริง ๆ มันก็มีแบบสรุปในแบบของมัน แต่ว่ามันบางทีอาจจะเพียงแค่ผิดจริตพวกเราแค่นั้นล่ะ มันคงจะขยี้อะไรได้มากกว่านี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามถ้าเกิดมองดูกันอันที่จริงแล้ว ด้วยความเป็นมนุษย์ปกติ หากพบเรื่องแบบในหนัง พวกเราก็อาจจะไปล้วงปืนไล่ล่าฆ่าแบบ John Wick คงจะไม่ได้ คนดูก็คงจะทำเสมือนนางเอกในหนัง ตัวหนังยังมีฉากหลาย ๆ ฉากที่นั่งคิดไปคิดมาไม่เคยรู้ว่าจะมีเพราะเหตุใด ไม่รู้เรื่องว่าจะใส่ไปเพื่ออะไร

 นึกออกสิ่งเดียวว่าอาจอยากที่จะให้หนังยาวขึ้นแค่นั้น จะต้องบอกเลยว่าหนังหัวข้อนี้มีนักแสดงอย่าง Carey Mulligan รอหามเอาไว้ทั้งยังเรื่อง เพียงแค่ผู้เดียวจริง ๆ เนื่องจากนอกเหนือจากนี้ไม่ได้มีนักแสดงคนไหนที่น่าจำ บางคนเล่นแข็งมากมาย บางคนเล่นซะตลก บางคนก็เล่นใหญ่ แล้วก็ลักษณะเด่นอีกอย่างของหนังเป็นเพลงประกอบ หนังมีเพลงประกอบที่สะดุดตามากมาย กับทุกเหตุการณ์และก็ทุกอารมณ์ในหนังอย่างยิ่งจริงๆ 

สรุปแล้ว Promising Young Woman เป็นหนังทวงแค้นที่ไม่ใช่หนังทวงแค้นเลือดสาดราวกับที่ผู้คนจำนวนมากคิด แม้กระนั้นมันมีแนวทางสำหรับเพื่อการเล่าเป็นของตนเอง ข้อดีอยู่ที่การแสดงของ Carey Mulligan ที่ภาพรวมยังคงน่าติดตามไปจนกระทั่งตอนสุดท้ายของหนัง

เกมสล็อตออนไลน์ได้เงินจริง stot online ผ่านเว็บ สะดวกกว่า มีระบบออโต้