รีวิวหนัง The Butterfly Effect (2004)

The Butterfly Effect (2004) ผลงานการดูแลของอีริค เบรสรวมทั้งเจ แมคกี้ย์ กรูเบอร์นับว่าเป็นหนังที่ไปถึงเป้าหมายทั้งโลก ท่ามกลางคำติชมในทางลบ ซึ่งโดยมากจะจู่โจมไปยังดารานำอย่าง แอชตัน ลุกชเชอร์ที่โดนตำหนิว่าเขาเป็นตัวเลือกที่บกพร่อง

สำหรับหนังหัวข้อนี้ แม้กระนั้นในช่วงนั้นก็อาจจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้อยู่ดีว่าแอชตันนั้นเป็นดาราหนังดาวรุ่งที่สื่อแท็บลอยด์อเมริกามีความสนใจมากยิ่งกว่าความชำนาญการแสดงของเขา

จุดเริ่มต้นของเรื่อง The Butterfly Effect 

จริงๆแล้วหน้าที่อีวาน นับว่าเป็นบทที่สอดคล้องกับบุคลิกลักษณะของแอชตัน ที่มิได้อยากความหลักแหลมจริงๆ ที่มีท่าทางของเด็กหนุ่มขี้แพ้ที่มองหดหู่ในชีวิต แม้ว่าจะมีทางชีวิตที่ดียิ่งกว่าแต่ว่าเขาก็จะนำพาตนเองไปสู่จุดที่ไม่ดีอยู่เป็นประจำๆ

ซึ่งเมื่อพวกเราทดลองย้อนกลับไปพินิจพิจารณานักแสดงอย่างอีวานและก็ผองเพื่อนพ้องที่เขาเลือกคบนั้น จะพบว่าบรรดาผู้แสดงดำเนินเรื่องทั้งสิ้น เช่นเคย์ลีห์ (เอมี่ สมาร์ท) เลนนี่ (เอลเดน เฮนสัน) และก็ ทอมมี่ (วิลเลี่ยม ลี สก็อตต์)

 ล้วนแต่เป็นเยาวชนที่เติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่สบาย เช่นบ้านของเคย์ลีห์แล้วก็ทอมมี่ มีบิดาที่ถูกใจจับลูกมาใช้ความรุนแรงทางเพศ บ้านของเลนนี่ตามใจลูกรวมทั้งทำให้เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนอีวานมีลักษณะอาการวูบและไม่สามารถจำเรื่องราววิกฤตในชีวิตอยู่บ่อยมาก ประกอบกับแม่ของเขาที่จะต้องทำแต่งานเพื่อหารายได้มาอุปถัมภ์ค้ำชู ก็เลยไม่ว่างให้ความอบอุ่นกับลูกชายสักเท่าไหร่

เมื่ออีวานเติบโตขึ้น มีชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่ไปได้ดี เมื่อเขาเดินทางกลับมายังถิ่นกำเนิดเพื่อเจอกับเคย์ลีห์ รักหนแรกของเขา อีวานไม่รู้เรื่องเลยว่าการมาคุณนั้นจะเป็นชนวนที่ทำให้เคย์ลีห์ตกลงใจฆ่าตัวตายเพื่อหนีความทุกข์ทรมาน ไม่นานอีวานศึกษาค้นพบว่าสมุดบันทึกที่เขาชอบเขียนบันทึกขณะที่สำคัญต่างๆในชีวิต สามารถมีอิสรภาพม์แมชชีนที่ทำให้เขาเดินทางย้อนเวลากลับไปปรับแต่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วได้

 โดยที่เขาไม่ทราบเลยว่าเมื่อเขาเปลี่ยนสิ่งหนึ่งในช่วงเวลา อนาคตทั้งหมดทั้งปวงจะกลับกัน จากหน้ามือเป็นหลังมือโดยทันที แล้วก็ในทุกความมั่นหมายที่อีวานปรารถนา ชอบจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยความเจ็บของใครบางคนในวงจรชีวิตของเขา

ความเพลิดเพลินของ The Butterfly Effect เป็นการที่ผู้ชมจะได้เฝ้าดูโอกาสต่างๆที่อีวานมุ่งมาดปรารถนา แต่ว่าในครั้งใดก็ตามเขาตกลงใจปรับปรุงแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆเมื่อพวกเราดูให้ก็ดีแล้ว พวกเราจะพบว่า “กรรมวิธี” ที่เขาเลือกใช้ ล้วนแต่เป็นความร้ายแรงที่สร้างรอยแผลให้กับผู้อื่นรอบข้างไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมอยู่เสมอเวลา จนกระทั่งช่องทางในที่สุดที่เขาตกลงใจในตอนสุดท้ายด้วยก็ตาม 

ซึ่งอีวานบางทีก็อาจจะดูแล้วว่านั่นเป็นแนวทางที่ “เจ็บ” ต่ำที่สุดกับทุกคนก็เป็นไปได้ การที่มนุษย์เราไม่อาจจะย้อนเวลากลับไปปรับแก้ในสิ่งที่บกพร่องไปแล้วได้นี่เองที่ทำให้มนุษย์เราเท่าเทียมกันสำหรับในการทำสิ่งต่างๆในทุกๆวันให้ละเอียด รวมทั้งมีคนสองกรุ๊ปได้ประโยชน์ ถ้าหากเขาทำความเข้าใจจากอดีตกาลที่บกพร่อง ผลดีที่เขาได้ก็คือ เขาจะเป็นผู้ที่มีความสุขุมถ้วนถี่แล้วก็ทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำในปัจจุบันบกพร่องลดน้อยลง

รีวิวหนัง ELITE SS4 ยังแรงดีไม่มีตก